⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1319/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานและการลงโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสเป็นการไม่ชอบ เพราะโจทก์เห็นว่ามีพยานหลักฐานโจทก์แสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 6 เดือน แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำคุก 3 เดือน และปรับ 8,000 บาท แต่ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 371, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 (8), 371 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ปรับ 100 รวมจำคุก 6 เดือน และปรับ 100 บาท ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำคุก 3 เดือน และปรับ 4,000 บาท เมื่อรวมโทษความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรแล้ว คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 4,100 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติมีกำหนด 3 เดือนต่อครั้ง ตลอดระยะเวลาที่รอการลงโทษและให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นควรเป็นเวลา 24 ชั่วโมงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสเป็นการไม่ชอบ เพราะโจทก์มีผู้เสียหายมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยแทงผู้เสียหายโดยแรง และสถานีอนามัยไม่รับตัวผู้เสียหายไว้รักษาจนต้องส่งตัวผู้เสียหายไปรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สอดคล้องกับรายงานการตรวจบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องและสำเนาบันทึกการรักษาผู้เสียหายของโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2546 ที่ระบุว่าแผลยังไม่หายนั้น เห็นว่า เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายรับอันตรายสาหัส จำคุก 6 เดือน แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำคุก 3 เดือน และปรับ 8,000 บาท แต่ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1319/2553 พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี โจทก์ นายประจักร์ สุดคิด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี · จำเลย - นายประจักร์ สุดคิด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีรา ไวยหงษ์ รินทร์ศรี · สมศักดิ์ ตันติภิรมย์ · พินิจ สุเสารัจ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2360/2539ฎีกา 700/2506ฎีกา 3805/2528ฎีกา 2875/2547ฎีกา 3863/2525ฎีกา 101/2482ฎีกา 1689/2566ฎีกา 1533/2530ฎีกา 218/2555ฎีกา 1211/2536ฎีกา 483/2520ฎีกา 452/2532ฎีกา 193/2495ฎีกา 2803/2535ฎีกา 1782/2493ฎีกา 2826/2524ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2816/2531ฎีกา 191/2520ฎีกา 686/2523ฎีกา 1172/2513ฎีกา 765/2502ฎีกา 922/2485ฎีกา 767/2490
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ