⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15544/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15544/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบรับเงินค่านำหมายที่จำเลยปลอมขึ้นและนำไปใช้ขอรับเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย เป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) และมาตรา 261

ย่อคำพิพากษา

ใบรับเงินค่านำหมายที่จำเลยปลอมขึ้นและนำไปใช้ขอรับเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย เป็นหลักฐานที่ใช้แสดงว่าจำเลยได้ชำระค่าป่วยการและค่าพาหนะให้แก่เจ้าพนักงานในการนำส่งหมายเรียกพยานโจทก์และหมายเรียกจำเลยที่ 1 ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2502) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ข้อ 5 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น จึงเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานระงับซึ่งสิทธิที่ศาลชั้นต้นจะเรียกเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย จึงเป็นเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา 1 (9) เมื่อเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารของศาลชั้นต้นโดยเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้จัดทำขึ้น จึงเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 266, 268, 341, 91 และให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 9,350 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1), 268 วรรคสอง, 341 เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสารปลอม จึงให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง เพียงกระทงเดียว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม จำคุก 2 ปี ฐานฉ้อโกง จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 1 เดือน ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 9,350 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 (1), 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) และ 341 จำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารจึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 266 (1) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 268 วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า นางวารี ผู้เสียหายว่าจ้างให้จำเลยฟ้องบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เรียกค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันชีวิต และยื่นคำร้องขอจัดการมรดกของนายบุญชู สามีของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายเป็นผู้ชำระค่าฤชาธรรมเนียมศาลวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยยื่นฟ้องบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 378/2542 ของศาลชั้นต้น โดยผู้เสียหายเป็นผู้ชำระค่าขึ้นศาล ส่วนจำเลยไปชำระเงินค่านำหมายเรียกพยานโจทก์และค่านำหมายเรียกจำเลยที่ 1 นางมะลิวัลย์ช่วยราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 5 ศาลชั้นต้น ออกใบรับเงินค่านำหมาย 2 ฉบับ ระบุจำนวนเงินค่านำหมาย ฉบับละ 150 บาท ให้จำเลยหลังจากนั้นจำเลยได้แก้ไขจำนวนเงินในใบรับเงินค่านำหมายเรียกให้แก่พยานโจทก์เป็น 1,500 บาท และแก้ไขจำนวนเงินในใบรับเงินค่านำหมายเรียกให้แก่จำเลยที่ 1 เป็น 8,150 บาท แล้วนำไปมอบให้ผู้เสียหายเพื่อรับค่านำหมายจากผู้เสียหายตามจำนวนที่แก้ไข ผู้เสียหายชำระเงินค่านำหมายตามที่ระบุในใบรับเงินค่านำหมายให้แก่จำเลย มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่า ใบรับเงินค่านำหมายเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ หรือไม่ เห็นว่า ใบรับเงินค่านำหมายที่จำเลยทำปลอมขึ้นและนำไปใช้ขอรับเงินค่านำหมายจากผู้เสียหายเป็นหลักฐานที่ใช้แสดงว่าจำเลยได้ชำระค่าป่วยการและค่าพาหนะให้แก่เจ้าพนักงานในการนำส่งหมายเรียกพยานโจทก์และหมายเรียกจำเลยที่ 1 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 7 (พ.ศ.2502) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พุทธศักราช 2477 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น ข้อ 5 ใช้เป็นใบรับเงินค่านำหมาย จึงเป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานระงับซึ่งสิทธิที่ศาลชั้นต้นจะเรียกเงินค่านำหมายจากผู้เสียหาย จึงเป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (9) เมื่อเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารของศาลชั้นต้นโดยเจ้าพนักงานศาลเป็นผู้จัดทำขึ้น จึงเป็นเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ คำพิพากษาศาลฎีกาที่จำเลยอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15544/2553 พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ นายชาติชาย เมืองลือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ · จำเลย - นายชาติชาย เมืองลือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน · พรเพชร วิชิตชลชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายอมร แสงไชย · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายประสิทธิ์ ศักดิ์ศรีมณีกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1481/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 456/2506ฎีกา 3144/2527ฎีกา 3774/2532ฎีกา 2639-2641/2517ฎีกา 1176/2519ฎีกา 1400/2538ฎีกา 391/2509ฎีกา 1908/2528ฎีกา 5406/2530ฎีกา 3081/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 4114/2555ฎีกา 3245/2545ฎีกา 18654/2555ฎีกา 5356/2533ฎีกา 831/2532ฎีกา 1715/2534ฎีกา 5090/2565ฎีกา 2151/2529ฎีกา 3962/2546ฎีกา 410/2546ฎีกา 1367/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา