คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2553
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้ว ต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำร้องก่อน มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
การร้องสอดอ้างว่าตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (1) นั้น เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำร้องเพื่อที่คู่ความที่ไม่เห็นด้วยจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วไม่ทำคำสั่ง แต่มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งนั้นไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียเองแทนศาลชั้นต้นโดยให้ยกคำร้องก็ไม่ถูกต้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์
ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ในชั้นบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) อ้างว่าผู้ร้องสอดเป็นผู้มีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง เนื่องจากโจทก์ได้โอนสิทธิเรียกร้องที่โจทก์มีต่อจำเลยตามคำพิพากษาในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องสอดแล้ว กรณีมีเหตุจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องร้องสอดเข้ามาในคดีเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องสอดที่มีอยู่
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องสอดของผู้ร้องเสร็จแล้วมีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง
ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ
ผู้ร้องสอดฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การร้องสอดอ้างว่าตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (1) นั้น เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วต้องมีคำสั่งอนุญาตหรือยกคำร้องเพื่อที่คู่ความที่ไม่เห็นด้วยจะได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อไป ที่ศาลชั้นต้นไต่สวนเสร็จแล้วไม่ทำคำสั่ง แต่มีคำสั่งให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่งนั้นไม่ชอบ และศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเสียเองแทนศาลชั้นต้นโดยให้ยกคำร้องก็ไม่ถูกต้อง ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (1) ประกอบมาตรา 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาผู้ร้องสอด
พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องของผู้ร้องสอดที่ไต่สวนเสร็จแล้วตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำสั่ง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2553
นายศักดาหรือร้อยโทศักดา
หรือสหะเกียรติหรือล้ำ คำวชิรพิทักษ์ กับพวก โจทก์
นางสาวสมนึก ลี้ตระกูล กับพวก ผู้ร้อง
นายหุ้ย ภู่ภิรมย์ ผู้ร้องสอด
นายชาณุ แสงพิทักษ์ ในฐานะทายาท
ของนางสมใจ แสงพิทักษ์ และในฐานะ
ผู้จัดการมรดกของนายประสาน แสงพิทักษ์ จำเลย
นายกมลสิงห์ แสงพิทักษ์ กับพวก จำเลยร่วม
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายศักดาหรือร้อยโทศักดาหรือสหะเกียรติหรือล้ำ คำวชิรพิทักษ์ กับพวก · ผู้ร้อง - นางสาวสมนึก ลี้ตระกูล กับพวก · ผู้ร้องสอด - นายหุ้ย ภู่ภิรมย์ · จำเลย - นายชาณุ แสงพิทักษ์ ในฐานะทายาทของนางสมใจ แสงพิทักษ์ และในฐานะผู้จัดการมรดกของนายประสาน แสงพิทักษ์ · จำเลยร่วม - นายกมลสิงห์ แสงพิทักษ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุรพันธุ์ ละอองมณี · สุรศักดิ์ สุวรรณประกร · ชำนาญ รวิวรรณพงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นางอรอุษา กฤษณะโลม จรัญรัตนศรี · ศาลอุทธรณ์ - นางอมรัตน์ ดีศรีวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1851/2549 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา