คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12053/2554
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้แทนเฉพาะคดีของผู้เยาว์เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่อยู่ในดุลยพินิจของศาล และต้องห้ามมิให้อุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี.
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของโจทก์ผู้เยาว์นี้เป็นคำสั่งในคดีที่ผู้เยาว์ขอให้แบ่งทรัพย์มรดก หาใช่เป็นอีกคดีหนึ่งไม่ และเป็นดุลยพินิจของศาลที่จะพิจารณาว่าผู้ใดเป็นผู้ที่สมควรเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของโจทก์ผู้เยาว์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 56 ทั้งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มิใช่การวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย อีกทั้งมิใช่คำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 227 หรือมาตรา 228 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องโดยขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนางสาวทวายเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคสี่
จำเลยยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง
ในวันนัดไต่สวน นายจำนงค์ยื่นคำร้องว่า นางสาวทวายป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดในสมองแตก ไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถเป็นผู้แทนเฉพาะคดีได้ ผู้ร้องเป็นตาของโจทก์ ขอให้ศาลตั้ง ผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของโจทก์แทนนางสาวทวาย
จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า นายจำนงค์มิใช่ตาของโจทก์ ไม่มีความสามารถเป็นผู้แทนเฉพาะคดีได้ การยื่นคำร้องเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ขอให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งตั้งนายจำนงค์ ผู้ร้อง เป็นผู้แทนเฉพาะคดีของเด็กชายพันธิตร โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้คืนค่าธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ตั้งผู้ร้องเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของโจทก์ผู้เยาว์นี้เป็นคำสั่ง ในคดีที่ผู้เยาว์ขอให้แบ่งทรัพย์มรดก หาใช่เป็นอีกคดีหนึ่งดังที่จำเลยฎีกาไม่ และเป็นดุลพินิจของ ศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 ทั้งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่มิใช่การวินิจฉัย ชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมาย อีกทั้งมิใช่คำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 227 หรือมาตรา 228 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์จนกว่าศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ที่ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์ของจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยต่อไป
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12053/2554
เด็กชายพันธิตร นกเทศ โดย
นายจำนงค์ ยวงใจ ผู้แทนเฉพาะคดี โจทก์
นางปราณีต นกเทศ ในฐานะผู้จัดการมรดก
ของ นางจรรยา นินนาทนนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - เด็กชายพันธิตร นกเทศ โดย นายจำนงค์ ยวงใจ ผู้แทนเฉพาะคดี · จำเลย - นางปราณีต นกเทศ ในฐานะผู้จัดการมรดกของ นางจรรยา นินนาทนนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญรอด ตันประเสริฐ · กรองเกียรติ คมสัน · โสภณ โรจน์อนนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายอารมณ์ จำปานิล · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายอริยะ นาวินธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.1425/2553 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา