คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2554
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามยาเสพติดแก่พนักงานสอบสวน เป็นเหตุที่จำเลยสามารถยกขึ้นอ้างเพื่อขอรับโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำได้ แม้จะไม่ได้ยกขึ้นกล่าวอ้างในศาลชั้นต้นมาก่อนก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
แม้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นและแถลงไม่ติดใจสืบพยานก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเห็นว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวน จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์เพื่อให้ได้รับประโยชน์โดยรับโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ได้ แม้ว่าจำเลยจะไม่ได้ยกข้อกฎหมายนี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นมาก่อนก็ตาม
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 และริบของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 26 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคสอง, 76 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก 12 ปี และปรับ 500,000 บาท ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง จำคุก 11 เดือน รวมจำคุก 12 ปี 11 เดือน และปรับ 500,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 5 เดือน 15 วัน และปรับ 250,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้จำคุกจำเลย 8 ปี และปรับ 300,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 ปี และปรับ 150,000 บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว เป็นจำคุก 4 ปี 5 เดือน 15 วัน และปรับ 150,000 บาท โดยให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ชอบหรือไม่ เห็นว่า บทบัญญัติที่ว่าผู้กระทำความผิดได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือพนักงานสอบสวนอันจะเป็นเหตุให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตามบทบัญญัติมาตรา 100/2 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง คดีนี้แม้จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้นและแถลงไม่ติดใจสืบพยานก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเห็นว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวน จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์เพื่อให้ได้รับประโยชน์โดยรับโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ได้ แม้ว่าจำเลยจะไม่ได้ยกข้อกฎหมายนี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้นมาก่อนก็ตาม การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยและเห็นว่าจำเลยได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานสอบสวนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 และลงโทษจำเลยเฉพาะโทษปรับน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำสำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 742/2554
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายสถาพรหรือบังหมัด คล้อละมัย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสถาพรหรือบังหมัด คล้อละมัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ปดารณี ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอัคเดช มัชฌิมา · ศาลอุทธรณ์ - นางขนิษฐา อรุณวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.2481/2553 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา