⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 9082/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9082/2554

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับรองหลักทรัพย์ตามสัญญาประกันมีอำนาจอุทธรณ์คำสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้ แม้คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในประเด็นอำนาจยื่นอุทธรณ์จะไม่เป็นที่สุด แต่การที่ศาลชั้นต้นไม่ลดค่าปรับให้แก่ผู้รับรองหลักทรัพย์นั้นชอบด้วยเหตุผลแล้วหากผู้รับรองหลักทรัพย์ไม่ได้ขวนขวายติดตามจับตัวผู้ต้องหามาส่งศาล

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.อ. มาตรา 119 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่เห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง เมื่อศาลมีคำสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้ คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" จำเลยที่ 1 กับผู้ร้องมีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามสัญญาประกันภัยในฐานะผู้เอาประกันกับผู้รับประกัน จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันขอปล่อยชั่วคราวโดยใช้หนังสือรับรองของผู้ร้องเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน หนังสือรับรองดังกล่าวระบุว่า หากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกัน และศาลมีคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ผู้ร้องตกลงชำระค่าปรับตามสัญญาประกันถือได้ว่าผู้ร้องเกี่ยวข้องกับสัญญาประกันในฐานะผู้รับรองหลักทรัพย์ตามสัญญาประกัน ผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันตามความหมายของบทกฎหมายข้างต้น และมีอำนาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่า ผู้ร้องไม่ใช่คู่สัญญาประกันไม่มีอำนาจยื่นอุทธรณ์แล้วพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้น เป็นการวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้อง ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยในเนื้อหาของการลดค่าปรับตามสัญญาประกัน คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงไม่เป็นที่สุด จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 8 มิถุนายน 2549 ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยที่ 1 และวันที่ 21 ตุลาคม 2549 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยที่ 1 ส่งศาลชั้นต้น โดยไม่ปรากฏว่าผู้ร้องมีส่วนเกี่ยวข้องหรือช่วยเหลือในการจับกุมจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด แสดงว่าผู้ร้องไม่ได้ขวนขวายติดตามจับตัวจำเลยที่ 1 มาส่งศาล การที่ศาลชั้นต้นไม่ลดค่าปรับให้แก่ผู้ร้องจึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ปัญหานี้ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปให้เสร็จในคราวเดียวกันโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 208 (2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยใช้หนังสือรับรองตามกรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพของผู้ร้องว่า หากผิดสัญญาผู้ร้องยอมใช้เงินจำนวน 150,000 บาท ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ประกันตามคำสัญญา ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา ศาลชั้นต้นจึงสั่งปรับผู้ประกันตามสัญญา และออกหมายจับจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2549 ผู้ร้องชำระเงินค่าปรับจำนวน 150,000 บาท ต่อมาจับจำเลยที่ 1 ได้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอลดค่าปรับเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2549 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า นายประกันชำระค่าปรับแล้วยังไม่มีเหตุลดค่าปรับ ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอลดค่าปรับอีกเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องประการแรกว่า ผู้ร้องมีอำนาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ผิดสัญญาประกันต่อศาล ศาลมีอำนาจสั่งบังคับตามสัญญาประกันหรือตามที่ศาลเห็นสมควรโดยมิต้องฟ้อง เมื่อศาลสั่งประการใดแล้ว ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันหรือพนักงานอัยการมีอำนาจอุทธรณ์ได้คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด" เห็นว่า คำว่า "ฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกัน" ไม่ได้หมายถึงเฉพาะบุคคลที่เป็นคู่สัญญาประกันเท่านั้น แต่มีความหมายรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาประกันที่ถูกบังคับตามสัญญาประกันด้วย คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กับผู้ร้องมีนิติสัมพันธ์ระหว่างกันตามสัญญาประกันภัยในฐานะผู้เอาประกันกับผู้รับประกันแล้วจำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันขอปล่อยชั่วคราวโดยใช้หนังสือรับรองของผู้ร้องเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเนื้อหาแห่งหนังสือรับรองดังกล่าวระบุว่าหากจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกัน และศาลมีคำสั่งบังคับตามสัญญาประกัน ผู้ร้องตกลงชำระค่าปรับตามสัญญาประกัน ถือได้ว่าผู้ร้องเกี่ยวข้องกับสัญญาประกันในฐานะผู้รับรองหลักทรัพย์ตามสัญญาประกันผู้ร้องจึงเป็นฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันตามความหมายของบทกฎหมายข้างต้น และมีอำนาจยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่าผู้ร้องไม่ใช่คู่สัญญาประกันไม่มีอำนาจยื่นอุทธรณ์แล้วพิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยและเมื่อเป็นการวินิจฉัยเรื่องอำนาจฟ้อง ไม่ใช่การใช้ดุลพินิจวินิจฉัยในเนื้อหาของการลดค่าปรับตามสัญญาประกัน คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 6 จึงไม่เป็นที่สุด ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น ปัญหาว่ามีเหตุสมควรลดค่าปรับตามสัญญาประกันหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า จำเลยที่ 1 ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 8 มิถุนายน 2549 ศาลชั้นต้นจึงออกหมายจับจำเลยที่ 1 และวันที่ 21 ตุลาคม 2549 เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยที่ 1 ส่งศาลชั้นต้น โดยไม่ปรากฏว่าผู้ร้องมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเข้าช่วยเหลือในการจับกุมจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด แสดงว่าผู้ร้องไม่ได้ขวนขวายติดตามจับตัวจำเลยที่ 1 มาส่งศาลการที่ศาลชั้นต้นไม่ลดค่าปรับให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นฝ่ายผู้ถูกบังคับตามสัญญาประกันนั้นจึงชอบด้วยเหตุผลแล้ว ปัญหานี้ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยไปให้เสร็จในคราวเดียวกันโดยไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ทำการพิจารณาและพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 ให้บังคับคดีไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9082/2554 พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี โจทก์ บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายเฉลิมศักดิ์ ลิ่มทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุทัยธานี · ผู้ร้อง - บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายเฉลิมศักดิ์ ลิ่มทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพันธ์ ทรัพย์แสง · ไมตรี ศรีอรุณ · สุรพันธุ์ ละอองมณี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุทัยธานี - นายจักรวาล ทนกล้า · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายโชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5588/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 2493/2521ฎีกา 3045/2532ฎีกา 1547/2519ฎีกา 845/2543ฎีกา 2665/2515ฎีกา 1323/2535ฎีกา 2751/2522ฎีกา 221/2484ฎีกา 1742/2503ฎีกา 850/2532ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1447/2519ฎีกา 115/2540ฎีกา 3792-3793/2529ฎีกา 6541/2544ฎีกา 620/2524ฎีกา 2266/2515ฎีกา 10854/2553ฎีกา 2661/2523ฎีกา 2771/2524ฎีกา 2251/2541ฎีกา 1228/2510ฎีกา 369/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา