⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 13838/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13838/2555

บุกรุก

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลพิพากษายกฟ้องโดยยังมิได้วินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยตามข้อกล่าวหาของโจทก์ ไม่ถือเป็นคำพิพากษาที่วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ระงับสิ้นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4)

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ท. โจทก์มิใช่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 121 วรรคสอง ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 120 เห็นได้ว่า คดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยทั้งสามตามข้อกล่าวหาของโจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำพิพากษาที่ได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ระงับสิ้นไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 358, 362, 365 (2) ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นโดยโจทก์และจำเลยทั้งสามมิได้ฎีกาโต้เถียงกันเป็นอย่างอื่นว่า พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนนทบุรีได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสามคดีนี้เป็นจำเลยต่อศาลแขวงนนทบุรีในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และคดีดังกล่าวศาลแขวงนนทบุรีพิพากษายกฟ้องตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 และคดีที่สุดแล้ว มีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามในคดีนี้และคดีก่อนเป็นความผิดคนละตอนคนละเจตนากัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า คดีดังกล่าวพนักงานอัยการโจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามทำให้เสียทรัพย์บ้านพิพาทในคดีนี้ ส่วนคดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2543 เวลาประมาณ 13 นาฬิกา จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ซึ่งบ้านพิพาทหลังเดียวกันและการบุกรุกก็เป็นการบุกรุกเข้าไปเพื่อรื้อถอนบ้านพิพาทในวันเดียวกัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยทั้งสามในความผิดทั้งสองคดีจึงเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องไม่ขาดตอน อันเป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนั้น การกระทำของจำเลยทั้งสามที่โจทก์บรรยายฟ้องคดีนี้และคดีก่อนเป็นการกระทำอันเดียวกัน ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 462/2545 ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยวินิจฉัยเพียงว่า นายทวีเดช โจทก์มิใช่เป็นผู้ได้รับความเสียหาย จึงมิใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) พนักงานสอบสวนย่อมไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรคสอง ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีดังกล่าวศาลพิพากษายกฟ้อง โดยยังมิได้วินิจฉัยถึงการกระทำของจำเลยทั้งสามตามข้อกล่าวหาของโจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคำพิพากษาที่ได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้สิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ระงับสิ้นไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดีมานั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และเมื่อฟังว่าฟ้องโจทก์คดีนี้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ในข้อต่อมาที่ว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นสมควรให้การวินิจฉัยเป็นไปตามลำดับชั้นศาล จึงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบมาตรา 225 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13838/2555 นายทวีเดช กสิศิลป์ โจทก์ นางเอมอร ปรปักษ์ประลัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทวีเดช กสิศิลป์ · จำเลย - นางเอมอร ปรปักษ์ประลัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อาวุธ ปั้นปรีชา · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายทรงพล อยู่สำราญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายรัถยา สัตยาบัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.681/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 705/2507ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 185/2566ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 3119/2558ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 435/2535ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 45/2507ฎีกา 2927/2540ฎีกา 1958/2526ฎีกา 584/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา