⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 19854/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19854/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่น เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องนำสืบให้ศาลเห็นว่าจำเลยถูกพิพากษาลงโทษในคดีนั้นแล้ว และปัญหาการนับโทษต่อเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ระบุในคำฟ้อง ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้น เป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบและต้องแถลงให้ศาลทราบว่าคดีอาญาหมายเลขดำดังกล่าวศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 หรือไม่ประการใด แม้คดีนั้นจะอยู่ในศาลเดียวกันก็มิใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลต้องรู้เองและก็ไม่มีหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบคดีดังกล่าวด้วย ปัญหาว่าจะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอื่นได้หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 192/2550 ของศาลชั้นต้น และโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 161/2551 ของศาลชั้นต้น และนับโทษจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 144/2552 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ระหว่างพิจารณา นายอนุสินธ์ ผู้เสียหายที่ 1 ยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับอันตรายสาหัส ค่าเสียโอกาสและขาดรายได้เป็นเงินคนละ 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง จำเลยทั้งสองไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น จำคุก 12 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 13 ปี 6 เดือน นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 757/2551 ของศาลชั้นต้น และโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 324/2554 ของศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 สิงหาคม 2551) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และข้อหาอื่นสำหรับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ยกคำขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 757/2551 ของศาลชั้นต้น และโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 324/2554 ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 และจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 757/2551 และ 324/2554 ของศาลชั้นต้น โดยอ้างว่าโจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาดังกล่าว ซึ่งเป็นคดีของศาลชั้นต้นที่ศาลชั้นต้นสามารถตรวจสอบได้ ปัญหาการขอให้นับโทษต่อเป็นเพียงขั้นตอนในการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นมิใช่ข้อหาหรือฐานความผิดที่เป็นประเด็นหลักในฟ้องอันโจทก์ต้องสืบพยานให้ฟังได้ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ก็ไม่ได้อุทธรณ์โต้แย้งดังกล่าวและมิใช่ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 192/2550 และ 161/2551 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การรับว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ต้องนำสืบในข้อนี้ และต้องแถลงให้ศาลทราบว่าคดีอาญาหมายเลขดำที่ 192/2550 และ 161/2551 ของศาลชั้นต้น ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 หรือไม่ และลงโทษอย่างไร เพื่อศาลจะได้ใช้ดุลพินิจนับโทษต่อให้ตามคำขอของโจทก์ เมื่อโจทก์ไม่นำสืบและแถลงให้ศาลทราบถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว แม้คดีนั้นจะอยู่ในศาลเดียวกันก็มิใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลต้องรู้เอง และศาลก็ไม่มีหน้าที่จะต้องไปตรวจสอบคดีดังกล่าวด้วย กรณีจึงไม่อาจนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 192/2550 และ 161/2551 ของศาลชั้นต้นได้ ทั้งปัญหาว่าจะนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาอื่นได้หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ไม่นับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 757/2551 และ 324/2554 ของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19854/2555 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายวีรพงศ์หรือเบิร์ด สารุโน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นายวีรพงศ์หรือเบิร์ด สารุโน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พศวัจณ์ กนกนาก · อภิรัตน์ ลัดพลี · ธงชัย เสนามนตรี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายนฤพนธ์ ถิระวุฒิ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายรังสรรค์ โรจน์ชีวิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.3985/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1504/2547ฎีกา 2053/2528ฎีกา 138/2532ฎีกา 7651/2552ฎีกา 1672/2569ฎีกา 2147/2521ฎีกา 4943/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 2920/2554ฎีกา 4046/2536ฎีกา 2437/2515ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1774/2536ฎีกา 664/2520ฎีกา 7627/2541ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 9435/2554ฎีกา 7201/2568ฎีกา 5723-5724/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา