⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3129/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3129/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดที่ยังคงกระทำสืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ยื่นฟ้อง คดีอาญาในความผิดข้อหานั้นย่อมไม่ขาดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

แม้ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 272 (1) เป็นความผิดอันยอมความได้ ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กระทำการตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืน ป.อ. มาตรา 272 (1) เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้อันเป็นการบรรยายฟ้องว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ยังคงกระทำสืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 อันเป็นวันที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดในคดีนี้ ดังนั้นคดีอาญาในความผิดข้อหาดังกล่าวย่อมไม่ขาดอายุความ อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญาจึงไม่มีค่าธรรมเนียม แต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาด้วย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 ประมวลกฎหมายอาญา ม.272 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 ม.26

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ละเว้นหรือระงับการใช้ชื่อ BTS อ่านว่า บีทีเอส ของโจทก์เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในชื่อทางการค้าของจำเลยที่ 1 หรือใช้เป็นชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 หรือตรายางของบริษัทจำเลยที่ 1 รวมทั้งห้ามมิให้จำเลยทั้งสี่ใช้คำว่า BTS กับสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ แผ่นพับ แผ่นโฆษณา และสื่อโฆษณาใด ๆ ทุกชนิด เพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลยทั้งสี่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 18 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 14 ให้จำเลยทั้งสี่ยกเลิกหรือระงับการโฆษณาในสื่อต่าง ๆ ทุกประเภทว่า ซื้อคอนโดมิเนียมของจำเลยที่ 1 แล้วสามารถขึ้นรถไฟฟ้า BTS ฟรี 2 ปี ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 43,337,620 บาท กับพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การปฏิเสธขอให้ยกฟ้องทั้งคดีส่วนแพ่งและส่วนอาญา จำเลยที่ 4 ให้การปฏิเสธขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ส่งจดหมายฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2553 แจ้งให้จำเลยทั้งสี่ทราบเรื่องการกระทำความผิดอาญาตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) แสดงว่าโจทก์รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำความผิดตั้งแต่วันดังกล่าวแล้ว โจทก์ไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน แต่กลับนำคดีนี้มาฟ้องเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2553 จึงเกินกว่า 3 เดือน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พิพากษายกฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ให้คงรับคำฟ้องในคดีส่วนแพ่งเพื่อพิจารณาต่อไปแล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาท ต่อมาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า เนื่องจากโจทก์ยื่นอุทธรณ์คดีในส่วนอาญาอันเกี่ยวพันกับคดีในส่วนแพ่ง ซึ่งศาลจะต้องรับฟังข้อเท็จจริงในคดีส่วนอาญาให้เป็นที่ยุติเสียก่อน จึงเห็นควรให้จำหน่ายคดีในส่วนแพ่งออกเสียจากสารบบความ เมื่อคดีอาญาถึงที่สุดให้โจทก์แถลงเพื่อหยิบคดีในส่วนแพ่งขึ้นพิจารณาต่อไป โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า คดีโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) ขาดอายุความแล้วหรือไม่ เห็นว่า แม้ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งผู้เสียหายจะต้องร้องทุกข์หรือฟ้องคดีเสียภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 แต่คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่กระทำการตามฟ้องอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2553 เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกันเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งหมายถึงวันที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีนี้อันเป็นการบรรยายฟ้องว่าการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสี่ยังคงกระทำสืบเนื่องตลอดมาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2553 อันเป็นวันที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดในคดีนี้ ดังนั้นคดีอาญาในความผิดข้อหาดังกล่าวย่อมไม่ขาดอายุความ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 272 (1) เพราะเหตุว่าคดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น อนึ่ง อุทธรณ์โจทก์เป็นการอุทธรณ์ในคดีส่วนอาญา จึงไม่มีค่าธรรมเนียมแต่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาด้วย 200 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลดังกล่าวแก่โจทก์ พิพากษากลับ ให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคดีนี้ทั้งคดีส่วนอาญาและส่วนแพ่งต่อไป คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่โจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3129/2555 บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทบางกอก ทาวเวอร์ส เรสซิเด้นซ์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) · จำเลย - บริษัทบางกอก ทาวเวอร์ส เรสซิเด้นซ์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมควร วิเชียรวรรณ · อร่าม เสนามนตรี · ไมตรี ศรีอรุณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายธนัชพันธ์ วิสิทธวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำทก.(ป)161/2554

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7919/2553ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1255/2552ฎีกา 1124/2496ฎีกา 2550/2544ฎีกา 618/2568ฎีกา 6695/2548ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 2329/2553ฎีกา 3329/2550ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2414/2551ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 981/2508ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540ฎีกา 3576/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา