⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 333-339/2556

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333-339/2556

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ ย่อมไม่จำต้องปรับบทกฎหมายทั่วไปอีก

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งเจ็ดทำลายบัตรเลือกตั้งเป็นการกระทำในคราวเดียวด้วยเจตนาเดียวที่จะทำลายบัตรเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นกรรมเดียว แต่การกระทำดังกล่าวแม้จะกระทำในคราวเดียววาระเดียวกันต้องด้วยองค์ประกอบความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 358 และเป็นความผิดฐานทำลายบัตรเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 108 ก็ตาม แต่เมื่อความผิดฐานทำลายบัตรเลือกตั้งเป็นความผิดเฉพาะตามบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องที่บัญญัติใช้เป็นพิเศษ การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่จำต้องปรับบทความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อันเป็นบทกฎหมายทั่วไปอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 ม.108

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งเจ็ดสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนว่า โจทก์ และเรียกจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 7 ตามลำดับ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งเจ็ดสำนวนเป็นใจความทำนองเดียวกันว่าขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17, 91 และ 358 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 4, 6, 7, 8, 12, 51, 52, 54, 74 และ 108 กับให้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งเจ็ดมีกำหนด 5 ปี จำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา โจทก์แถลงขอนำสืบพยานหลักฐานตามข้อเท็จจริงที่บรรยายฟ้องไว้ และได้ส่งเอกสารประกอบรวมจำนวน 79 ฉบับ จำเลยทั้งเจ็ดแถลงรับข้อเท็จจริงที่โจทก์ขอนำสืบพยานหลักฐานรวมทั้งเอกสารที่โจทก์ได้ส่งไว้ดังกล่าว แต่อ้างว่าการกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดไม่เป็นความผิด เพราะจำเลยทั้งเจ็ดมีสิทธิต่อต้านการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจำเลยทั้งเจ็ดเห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และขอส่งสำเนาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 กับคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 607-608/2549 โดยไม่ติดใจสืบพยานหลักฐานแต่โจทก์แถลงขอสืบพยานหลักฐานตามบัญชีระบุพยานของโจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งเจ็ดรับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในคำฟ้องครบถ้วนแล้ว จึงมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยรองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 9 รักษาราชการแทนอธิบดีอัยการฝ่ายคดีศาลสูงเขต 9 ผู้ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติตามคำฟ้องและคำแถลงรับของจำเลยทั้งเจ็ดว่า ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2549 กำหนดให้วันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และปรากฏว่าในเขตเลือกตั้งที่ 6 ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา และเขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเพียงเขตละคนเดียว และในการเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งแต่ละเขตดังกล่าวได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละยี่สิบของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้น คณะกรรมการเลือกตั้งจึงประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวใหม่ในวันที่ 23 เมษายน 2549 และในวันเลือกตั้งใหม่นี้ จำเลยทั้งเจ็ดได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแล้วจำเลยทั้งเจ็ดต่างฉีกบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งคนละ 1 ใบ ต่อมาในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ 9/2549 วินิจฉัยว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2549 เป็นการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งเจ็ดกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน เป็นความผิดฐานทำลายบัตรเลือกตั้งกรรมหนึ่ง และฐานทำให้เสียทรัพย์อีกกรรมหนึ่ง นั้น เห็นว่า จำเลยทั้งเจ็ดได้กระทำการในคราวเดียวด้วยเจตนาเดียวที่จะทำลายบัตรเลือกตั้ง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นกรรมเดียว แต่การกระทำดังกล่าวแม้จะกระทำในคราวเดียววาระเดียวกัน ต้องด้วยองค์ประกอบความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และเป็นความผิดฐานทำลายบัตรเลือกตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 108 ก็ตาม แต่เมื่อความผิดฐานทำลายบัตรเลือกตั้งเป็นความผิดเฉพาะตามบทบัญญัติของกฎหมายในเรื่องที่บัญญัติใช้เป็นพิเศษ การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่จำต้องปรับบทความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อันเป็นบทกฎหมายทั่วไปอีก ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นๆ ของโจทก์ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 108 ให้จำคุก คนละ 6 เดือน และปรับคนละ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยทั้งเจ็ดมีกำหนด 5 ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333 - 339/2556 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสงขลา โจทก์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกรียงศักดิ์ จำเลย หลิวจันทร์พัฒนา กับพวก

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสงขลา · จำเลย - ผู้ช่วยศาสตราจารย์เกรียงศักดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นพพร โพธิรังสิยากร · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · สุนทร ทรงฤกษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงสงขลา - นายอนุวัฒน์ พนาโยธากุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 6668/2551ฎีกา 705/2507ฎีกา 2560/2527ฎีกา 699/2502ฎีกา 15717/2553ฎีกา 231/2518ฎีกา 3981/2534ฎีกา 5543/2534ฎีกา 1552/2568ฎีกา 1828/2523ฎีกา 6344/2531ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4751/2568ฎีกา 3574/2525ฎีกา 1763/2506ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 13838/2555ฎีกา 5827/2540ฎีกา 399/2525ฎีกา 6770/2554ฎีกา 605/2524ฎีกา 1676/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา