⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3646/2557

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3646/2557

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าหนี้ผู้รับจำนองมีสิทธิขอรับชำระหนี้จากทรัพย์สินจำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น และมีสิทธิขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญได้ด้วย แต่การใช้สิทธิทั้งสองประการนี้มีเงื่อนไขและองค์ประกอบที่แตกต่างกันตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 4 ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.1148/2552 ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิในอันที่จะขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินจำนองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287, 289 และขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญตาม ป.วิ.พ. มาตรา 290 ได้ด้วย ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 73911 ตามคำร้องลงวันที่ 7 มกราคม 2553 แม้ผู้ร้องอ้างถึงมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.1148/2552 ของศาลชั้นต้น แต่ตามคำร้องคงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนองเท่านั้น และไม่อาจที่จะให้ถือว่าเป็นการที่ผู้ร้องได้ขอเฉลี่ยทรัพย์ให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้สามัญอีกฐานะหนึ่งมาพร้อมกันด้วยได้ เพราะการใช้สิทธิในการขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนองและการขอเฉลี่ยทรัพย์มีเงื่อนไขและองค์ประกอบตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แตกต่างกัน โดยเฉพาะเงื่อนไขของการขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ผู้ยื่นคำขอต้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ก็ไม่ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 4 ยิ่งกว่านั้น คำสั่งศาลชั้นต้นชัดเจนว่าเป็นการอนุญาตให้ผู้ร้องรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนอง โดยมิได้มีถ้อยคำใดในอันที่จะให้แปลว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญอีกฐานะหนึ่งด้วยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.287 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.289 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสี่ชำระเงิน 7,054,183.61 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเดือนละไม่น้อยกว่า 50,000 บาท และจะชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกรกฎาคม 2552 หากผิดนัดให้ยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสี่ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ครั้นจำเลยทั้งสี่ผิดนัด โจทก์บังคับคดีโดยนำยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 73911 ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 4 ซึ่งจดทะเบียนจำนองไว้แก่ผู้ร้องเป็นจำนวนเงิน 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 14.50 ต่อปี ออกขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เอาเงินจากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 73911 พร้อมสิ่งปลูกสร้างชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่ผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่น หากโจทก์สละสิทธิในการบังคับคดี ผู้ร้องขอสวมสิทธิในการบังคับคดีต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น วันที่ 4 มิถุนายน 2554 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 73911 ในราคา 1,005,000 บาท และจัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 3 ซึ่งผู้ร้องจะได้รับชำระหนี้ตามสัญญาจำนอง 400,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ 15,937 บาท และดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2554 จำนวน 108,212.40 บาท รวมเป็นเงิน 524,149.40 บาท ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 3 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องพึงได้รับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 73911 เพียงใด ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้ร้องนำมูลหนี้ตามคำพิพากษาตามยอมในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.1148/2552 ของศาลชั้นต้น มาขอรับชำระหนี้ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ย่อมถือได้ว่าผู้ร้องมีสิทธิรับชำระหนี้ทั้งในฐานะเจ้าหนี้สามัญและบุริมสิทธิจำนอง โดยผู้ร้องไม่จำต้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 นั้น เห็นว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้ผู้รับจำนองและเป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 4 ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.1148/2552 ของศาลชั้นต้น ผู้ร้องย่อมทรงไว้ซึ่งสิทธิในอันที่จะขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินจำนองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287, 289 และขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 ได้ด้วย ที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จากเงินขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 73911 ตามคำร้องลงวันที่ 7 มกราคม 2553 แม้ผู้ร้องอ้างถึงมูลหนี้ตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ ผบ.1148/2552 ของศาลชั้นต้น แต่ตามคำร้องคงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น โดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนองเท่านั้น และไม่อาจที่จะให้ถือว่าเป็นการที่ผู้ร้องได้ขอเฉลี่ยทรัพย์ให้แก่ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้สามัญอีกฐานะหนึ่งมาพร้อมกันด้วยได้ เพราะการใช้สิทธิในการขอรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนองและการขอเฉลี่ยทรัพย์มีเงื่อนไขและองค์ประกอบตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แตกต่างกัน โดยเฉพาะเงื่อนไขของการขอเฉลี่ยทรัพย์ที่ผู้ยื่นคำขอต้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ก็ไม่ปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องว่า ผู้ร้องไม่สามารถเอาชำระได้จากทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยที่ 4 ยิ่งกว่านั้น คำสั่งศาลชั้นต้นยังชัดเจนว่าเป็นการอนุญาตให้ผู้ร้องรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นโดยอาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิจำนอง โดยมิได้มีถ้อยคำใดในอันที่จะให้แปลว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญอีกฐานะหนึ่งด้วยได้เลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเข้าเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเจ้าหนี้สามัญ ดังนี้ ที่เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน ครั้งที่ 3 ให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ตามสัญญาจำนอง ดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับจำนอง รวมเป็นเงิน 524,149.40 บาท ครบถ้วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 715 จึงเป็นไปโดยชอบ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3646/2557 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทน โจทก์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง ห้างหุ้นส่วนจำกัด แพร่การไฟฟ้าและก่อสร้าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัดผู้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้แทน · ผู้ร้อง - ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด แพร่การไฟฟ้าและก่อสร้าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ถมรัตน์ เลิศไพรวัน · ประมวญ รักศิลธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายสุชาติ ธนะสินวิริยะกุล · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางมาลิน ภู่พงศ์ จุลมนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3519/2555

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4703/2550ฎีกา 6306/2551ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 770/2535ฎีกา 4677/2549ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 3808/2526ฎีกา 1990/2519ฎีกา 1623/2537ฎีกา 5378/2544ฎีกา 1776/2512ฎีกา 5531/2534ฎีกา 7569/2549ฎีกา 181/2512ฎีกา 2451/2548ฎีกา 971/2535ฎีกา 963-965/2510ฎีกา 3745/2530ฎีกา 6300/2552ฎีกา 1065/2505ฎีกา 5449/2531ฎีกา 8058/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา