คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10488/2558
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โทษอาญาเป็นอันระงับไปเมื่อผู้กระทำความผิดถึงแก่ความตาย และทายาทมีสิทธิขอคืนค่าปรับที่ผู้ตายได้ชำระไว้.
ย่อคำพิพากษา
ป.อ. มาตรา 38 บัญญัติว่า "โทษให้เป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำความผิด" เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โทษตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองจึงเป็นอันระงับไปตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายยื่นคำร้องขอคืนค่าปรับที่จำเลยชำระต่อศาลตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องคืนเงินค่าปรับให้แก่ผู้ร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 จำคุก 2 ปี และปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยชำระค่าปรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว แต่ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยถึงแก่ความตาย ศาลฎีกามีคำสั่งว่า เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1)ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 นายสัญชัย ยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับจำเลย ผู้ร้องจึงเป็นทายาทของจำเลย เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายและสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ผู้ร้องจึงขอรับเงินค่าปรับ 10,000 บาท ที่จำเลยนำมาวางศาลชำระค่าปรับคืนไป
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลฎีกาจำหน่ายคดีเพราะจำเลยถึงแก่ความตายมิได้พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองว่าจำเลยไม่มีความผิด ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุต้องคืนเงินค่าปรับให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 38 บัญญัติว่า "โทษให้เป็นอันระงับไปด้วยความตายของผู้กระทำความผิด" ดังนี้เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา โทษตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองจึงเป็นอันระงับไปตามบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายยื่นคำร้องขอคืนค่าปรับที่จำเลยชำระต่อศาลตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงต้องคืนเงินค่าปรับให้แก่ผู้ร้อง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้คืนเงินค่าปรับ 10,000 บาท ที่จำเลยนำมาชำระต่อศาลชั้นต้นแก่ผู้ร้องในฐานะทายาทของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10488/2558
พนักงานอัยการจังหวัดตราด โจทก์
นายสมเกียรติ อริยเมธีสกุล โจทก์ร่วม
นายสัญชัย ศิริเสวกุล ผู้ร้อง
นางดุษฏีหรือเตียง ศิริเสวกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตราด · โจทก์ร่วม - นายสมเกียรติ อริยเมธีสกุล · ผู้ร้อง - นายสัญชัย ศิริเสวกุล · จำเลย - นางดุษฏีหรือเตียง ศิริเสวกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นุจรินทร์ จันทร์พรายศรี · สมยศ เข็มทอง · ปกรณ์ มหรรณพ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตราด - นายอนุพงษ์ โพร้งประภา · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสถิตย์ อรรถบลยุคล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.1849/2558 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา