⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5902/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5902/2558

ป.อาญา ม.83, 84, 86 ฯลฯ · ป.วิ.อาญา ม.170

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ศาลอุทธรณ์ไม่อาจหยิบยกข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งมีมูลแล้วขึ้นมาทบทวนได้อีก

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ไม่อาจหยิบยกข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งมีมูลแล้วขึ้นมาทบทวนได้อีก ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยแล้วกลับพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ด้วยจึงมิชอบตามบทกฎหมายดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.170 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.84 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 86, 90, 91, 341, 352, 353 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง ให้ประทับฟ้อง ส่วนข้อหาอื่นและจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นสั่งในคำร้องว่า กรณีมีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ อนุญาตให้อุทธรณ์และมีคำสั่งในอุทธรณ์ให้รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในส่วนของจำเลยที่ 3 และ ที่ 4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในชั้นนี้ว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาฉ้อโกงสำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง คำสั่งของศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ไม่อาจหยิบยกข้อเท็จจริงในข้อหาความผิดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งมีมูลแล้วขึ้นมาทบทวนได้อีก ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยแล้วกลับพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 3 และที่ 4 ด้วยจึงมิชอบตามบทกฎหมายดังกล่าว ส่วนฎีกาของโจทก์ในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ในชั้นนี้เป็นชั้นไต่สวนมูลฟ้อง จึงไม่รับวินิจฉัย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 4 ตามคำสั่งของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5902/2558 มูลนิธิความหวังของชาวไทย โจทก์ มูลนิธิสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มูลนิธิความหวังของชาวไทย · จำเลย - มูลนิธิสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ณฤทธิ์ บุญปริอาทร · ประพาฬ อนมาน · อรรณพ จุฬาพิมพ์พันธุ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2581/2548ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 2813/2566ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 960/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ