⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8489/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8489/2558

ป.อาญา ม.29, 83, 90 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่อผู้เสียหายแต่ละรายที่แยกจากกันตามวันเวลาและจำนวนเงินที่ถูกหลอกลวง ถือเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 จัดสร้างพระเครื่องและโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัวตามสื่อต่างๆ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ และป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หลายวันหลายเวลาโดยอาศัยช่องทางที่แตกต่างกันทั้งสถานที่และวิธีการชำระเงิน ซึ่งโจทก์ได้นำสืบถึงผู้เสียหายทั้ง 921 รายที่หลงเชื่อตามโฆษณาดังกล่าวและเช่าพระสมเด็จเหนือหัวที่จำเลยที่ 2 จัดทำขึ้นแต่ละรายไป ผู้เสียหายแต่ละคนต่างถูกหลอกลวงคนละวันคนละเวลา จำนวนเงินที่ถูกหลอกแตกต่างกัน ความผิดต่อผู้เสียหายแต่ละรายจึงเป็นการกระทำที่แยกออกจากกันได้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.22 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.47 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.48 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ม.59 พระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 ม.6 พระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 ม.7 พระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 ม.8

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341, 343 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22, 47, 48, 59 พระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 มาตรา 6, 7, 8 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 4,055,916 บาท แก่ผู้เสียหาย 921 คน ตามจำนวนที่ถูกจำเลยทั้งสองฉ้อโกงไป จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 22 วรรคสอง (5), 47 วรรคหนึ่ง, 48, 59 พระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พ.ศ.2482 มาตรา 6, 7, 8 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 วรรคแรก (ที่ถูก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก) ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานฉ้อโกงประชาชนและฐานโฆษณาโดยใช้ข้อความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค และก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพของสินค้า เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำเลยที่ 1 จำคุก 4 ปี จำเลยที่ 2 ปรับ 10,000 บาท ฐานใช้หรือเลียนเครื่องหมายราชการ จำเลยที่ 1 จำคุก 1 ปี จำเลยที่ 2 ปรับ 2,000 บาท รวม 2 กระทง จำเลยที่ 1 จำคุก 5 ปี จำเลยที่ 2 ปรับ 12,000 บาท หากจำเลยที่ 2 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ให้ผู้เสียหาย 921 คน ตามจำนวนที่ผู้เสียหายแต่ละคนเช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัวไปจากจำเลยทั้งสองรวมเป็นเงินไม่เกิน 4,055,916 บาท ตามที่โจทก์ขอ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ออกจากสารบบความ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนของจำเลยที่ 2 เป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน รวม 921 กระทงหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตและจำหน่ายพระเครื่องและวัตถุมงคล เมื่อเดือนมิถุนายน 2550 มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยพระวิสุทธาธิบดี ประธานกรรมการอำนวยการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิในขณะนั้น มอบหมายให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวเพื่อนำออกให้ประชาชนเช่าบูชาเพื่อหาทุนสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ ที่วัดโสดาประดิษฐาราม จังหวัดราชบุรี ในวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยทั้งสองร่วมกันออกแบบจัดสร้างพระเครื่อง ตั้งชื่อว่า พระสมเด็จเหนือหัว ด้านหน้าเป็นพระพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง ด้านหลังพิมพ์ประทับรูปมงกุฎ ลักษณะคล้ายตราเครื่องหมายพระมหามงกุฎอันเป็นตราสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน จำเลยทั้งสองโฆษณาประชาสัมพันธ์พระสมเด็จเหนือหัวทางสื่อต่าง ๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ แผ่นพับ ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ รถแห่ประชาสัมพันธ์ ให้ปรากฏแก่ประชาชนว่าพระสมเด็จเหนือหัว จัดสร้างโดยมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สร้างจากมวลสารดอกไม้พระราชทาน ผ้าไตรพระราชทาน ผงพุทธคุณและว่านมงคลกว่าหมื่นชนิดจากวัดทั่วราชอาณาจักร โดยจะนำรายได้จากการให้เช่าบูชาไปสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ ที่วัดโสดาประดิษฐาราม จังหวัดราชบุรี เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในปีมหามงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9 พระสมเด็จเหนือหัวมีด้วยกัน 5 สี มีความหมายเฉพาะว่าสีเหลืองเป็นสีพระมหากษัตริย์ สีชมพูทิพย์เป็นสีพระราชนิยมแห่งปีมหามงคล ทั้งยังระบุสถานที่สั่งจองเช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัวผ่าน 3 ช่องทาง คือ ทางธนาคาร ทางไปรษณีย์และทางร้านค้าทอง มีการจัดส่งพระสมเด็จเหนือหัวไปให้ประชาชนเช่าบูชาที่ธนาคารสาขาต่าง ๆ และที่บริษัทไปรษณีย์ไทย กับร้านค้าทองต่าง ๆ ผู้เสียหายจำนวน 921 คน เช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัว รวมเป็นเงิน 4,055,916 บาท และมีประชาชนรายอื่น ๆ ที่มิได้ร้องทุกข์เช่าบูชาอีกจำนวนมาก โดยหลงเชื่อคำโฆษณาเพราะเข้าใจว่าการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวและการจัดสร้างอุโบสถสองกษัตริย์มีสถาบันพระมหากษัตริย์เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งความจริงแล้วการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวและการจัดสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระมหากษัตริย์และพระมหากษัตริย์ไม่ได้ทรงพระราชทานดอกไม้เพื่อใช้เป็นมวลสาร สำนักพระราชวังกับสำนักราชเลขาธิการไม่ได้รู้เห็นหรืออนุญาตให้ดำเนินการเช่นนั้น จากการให้เช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัวผ่านธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้เงิน 7,011,030.82 บาท ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 9,110,999.13 บาท ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 6,675,900.31 บาท และธนาคารออมสิน จำนวน 188,196.80 บาท ผ่านทางไปรษณีย์สาขาต่าง ๆ ทั่วประเทศได้เงิน 143,190,666 บาท ส่วนทางร้านค้าทองต่าง ๆ ไม่สามารถตรวจสอบจำนวนที่แน่นอนได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการหลอกลวงบุคคลอื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน การหลอกลวงนั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงนั้น จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ ต่อประชาชนทั่วไปต่อเนื่องกัน ไม่เจาะจงเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่งและมีเจตนามุ่งเจาะจงจำหน่ายพระสมเด็จเหนือหัวที่สร้างในคราวเดียวกันและในช่วงเวลาเดียวกันเป็นสำคัญ มิได้มุ่งเจาะจงที่ประชาชนเป็นสำคัญ จึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท โจทก์ฎีกาว่า เป็นความผิดต่างกรรม ขอให้ลงโทษ 921 กระทง เห็นว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกันจัดสร้างพระเครื่องและร่วมกันโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเช่าบูชาพระสมเด็จเหนือหัวตามสื่อต่าง ๆ ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แผ่นพับและป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ หลายวันหลายเวลา โดยอาศัยช่องทางที่แตกต่างกัน ทั้งสถานที่และวิธีการชำระเงิน ซึ่งโจทก์ได้นำสืบถึงผู้เสียหายทั้ง 921 รายที่หลงเชื่อตามโฆษณาและเช่าพระสมเด็จเหนือหัวที่จำเลยทั้งสองร่วมกันจัดทำขึ้นแต่ละรายไป ตามบัญชีรายชื่อผู้เสียหาย ซึ่งระบุวันเวลาและจำนวนเงินแต่ละรายแตกต่างกันไป ผู้เสียหายแต่ละคนต่างถูกหลอกลวงคนละวันคนละเวลา จำนวนเงินที่ถูกหลอกแตกต่างกัน ความผิดต่อผู้เสียหายแต่ละรายจึงเป็นการกระทำที่แยกออกจากกันได้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันรวม 921 กระทง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนของจำเลยที่ 2 เป็นกรรมเดียวนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 10,000 บาท นั้นหนักเกินไป เห็นควรแก้ไขโทษให้เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 921 กระทง ปรับจำเลยที่ 2 กระทงละ 4,000 บาท เป็นเงิน 3,684,000 บาท เมื่อรวมกับโทษปรับฐานใช้หรือเลียนเครื่องหมายราชการตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว รวมปรับจำเลยที่ 2 เป็นเงิน 3,686,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8489/2558 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสิทธิกร หรืออู๊ด บุญฉิม กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายสิทธิกร หรืออู๊ด บุญฉิม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณี เยพิทักษ์ · โสภณ โรจน์อนนท์ · สิทธิชัย โชคสวัสดิ์ไพศาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวิเชียร วชิรประทีป · ศาลอุทธรณ์ - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.932/2557

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2581/2548ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1656/2512ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 19406/2555ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา