⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8614/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8614/2558

ป.วิ.แพ่ง ม.240, 243, 247

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ให้ครบถ้วนทุกประเด็น หากศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ประเด็นใดประเด็นหนึ่งโดยเฉพาะ ถือว่าศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยคดีตามฟ้องอุทธรณ์โดยครบถ้วน และคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ต่างยื่นอุทธรณ์ มาคนละฉบับ ผู้ร้องยื่นคำแก้อุทธรณ์จำเลยทั้งหกมาในฉบับเดียวกัน และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยเพียงอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 โดยไม่มีเนื้อหาวินิจฉัยถึงอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 แต่อย่างใดด้วย จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มิได้วินิจฉัยคดีตามฟ้องอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมาโดยครบถ้วน และไม่อาจถือได้ว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เท่ากับว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่เห็นพ้องด้วยกับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 และยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 240 คดีมีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 แล้วให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาและพิพากษาใหม่ทั้งหมดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 5 และที่ 6 ร่วมกันชำระเงิน 65,412,641.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 41,366,641.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งหกใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ หากจำเลยทั้งหกไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 7368 และ 7369 ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 และที่ดินโฉนดเลขที่ 4545 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 3 ขายทอดตลอดชำระหนี้แก่โจทก์ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งหกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบ วันที่ 23 มกราคม 2556 ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์ จำเลยทั้งหกยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นบังคับคดีแทนเจ้าหนี้เดิมต่อไป จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นต้นทั้งหมดแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ที่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 มิได้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ความปรากฏในสำนวนคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ต่างยื่นอุทธรณ์ลงวันที่ 4 กันยายน 2556 มาคนละฉบับผู้ร้องยื่นคำแก้อุทธรณ์จำเลยทั้งหกมาในฉบับเดียวกัน และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 แต่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยเพียงอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 โดยไม่มีเนื้อหาวินิจฉัยถึงอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 แต่อย่างใดด้วย จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มิได้วินิจฉัยคดีตามฟ้องอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ซึ่งศาลชั้นต้นส่งขึ้นมาโดยครบถ้วน และไม่อาจถือได้ว่าการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มิได้วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เท่ากับว่าศาลอุทธรณ์ภาค 8 ไม่เห็นพ้องด้วยกับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 และยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 240 คดีมีเหตุอันสมควรที่ศาลฎีกาจะยกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 แล้วให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาและพิพากษาใหม่ทั้งหมดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243 (2) ประกอบมาตรา 247 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 ต่อไป พิพากษายกคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยกฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 แล้วให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 6 กับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8614/2558 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โดยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน โจทก์ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด ผู้ร้อง บริษัทสยามนิสสันนครศรีธรรมราช จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัดโดยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยผู้เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน · ผู้ร้อง - บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด · จำเลย - บริษัทสยามนิสสันนครศรีธรรมราช จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพโรจน์ วายุภาพ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · สมพงษ์ เหมวิมล
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4107/2563ฎีกา 609/2526ฎีกา 280/2530ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1022/2551ฎีกา 12017/2557ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 1091/2480ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 1660/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ