⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3376/2559

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2559

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การวินิจฉัยว่าคดีใดอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลยุติธรรมอื่น เป็นอำนาจของประธานศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียว และคำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าบันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1469 ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่รับฟ้อง เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลยุติธรรมอื่น ซึ่งตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ประธานศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหามีอำนาจวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องจึงไม่ชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันนัดชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นเห็นว่า บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์นำมาเป็นมูลคดีฟ้องให้จำเลยรับผิด เป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินในระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลนี้ ที่ศาลมีคำสั่งรับฟ้องโจทก์ไว้จึงเป็นการผิดหลง อาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องและมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้อง ให้โจทก์ไปยื่นต่อศาลที่มีอำนาจ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด จำหน่ายคดีจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า บันทึกข้อตกลงสัญญาประนีประนอมยอมความที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างที่โจทก์และจำเลยเป็นสามีภริยากัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลชั้นต้น จึงไม่รับฟ้องนั้น เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยในปัญหาว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและครอบครัวหรือศาลยุติธรรมอื่น ซึ่งตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 มาตรา 11 วรรคหนึ่งกำหนดให้ประธานศาลฎีกาแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด ศาลชั้นต้นและศาลฎีกาหามีอำนาจวินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวไม่ คำสั่งของศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายข้างต้น พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นนับแต่มีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งรับฟ้องคดีของโจทก์เป็นต้นไป และให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2559 นางนันทกานต์ แสงสุวรรณรัตน์ โจทก์ พันตำรวจโทสุดเขต ศีลพรหม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางนันทกานต์ แสงสุวรรณรัตน์ · จำเลย - พันตำรวจโทสุดเขต ศีลพรหม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดิเทพ ถิระวัฒน์ · ภาภูมิ สรอัฑฒ์ · นิรัตน์ จันทพัฒน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดหนองคาย - นายสมเกียรติ เส็งประเสริฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.3713/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา