⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5501/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5501/2560

ป.อาญา ม.3, 56, 78 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรอการลงโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จะกระทำมิได้ หากจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

ย่อคำพิพากษา

ขณะศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยได้รับโทษจำคุก 14 ปี 12 เดือน ตามคดีหมายเลขแดงของศาลอาญา ในความผิดต่อ พ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และได้พ้นโทษในเดือนสิงหาคม 2557 ก่อน โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษจำคุก ตาม ป.อ. มาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.347 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 ม.4

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 347 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 347 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยไม่คัดค้านว่าหลังเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยต้องคำพิพากษาให้จำคุก 14 ปี 12 เดือน ตามคดีหมายเลขแดงที่ อ.3137/2552 ของศาลอาญาในความผิดต่อพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร โดยพ้นโทษในเดือนสิงหาคม 2557 แล้วโจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ เมื่อจำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อนและพ้นโทษไปแล้วดังกล่าว ทั้งความผิดในคดีก่อนและคดีนี้ไม่ใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ กรณีจึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะรอการลงโทษได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 (ที่แก้ไขใหม่) ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ก่อนคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ.2560 มาตรา 4 ให้ยกเลิกอัตราโทษในมาตรา 347 แห่งประมวลกฎหมายอาญาและให้ใช้อัตราโทษใหม่แทน แต่อัตราโทษตามกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิดไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5501/2560 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวณัชพิมพ์ หรือดาวไสว ไทยราษฎร์ หรือเทียนแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นางสาวณัชพิมพ์ หรือดาวไสว ไทยราษฎร์หรือเทียนแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จักรกฤช เจริญเลิศ · กษิดิ์เดช จีนสลุต · รัถยา สัตยาบัน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายทวีศักดิ์ ทัศนชัยสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นางอัจฉรา นาถะภักติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1897/2560

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 250/2564ฎีกา 4043/2528ฎีกา 4949/2540ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 4325/2562ฎีกา 332/2536ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 959/2531ฎีกา 4/2508ฎีกา 1610/2539ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 1837/2531ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 20504/2556ฎีกา 4022/2558ฎีกา 1089/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา