⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2951/2562

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2562

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.3, 29, 30 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่แก้ไขใหม่ซึ่งไม่เป็นคุณแก่จำเลยในส่วนบทกำหนดโทษฐานผลิตพืชกระท่อม ต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับ แต่หากกฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณแก่จำเลยมากกว่าในส่วนบทกำหนดโทษฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลย.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อมและร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, 75, 76 ต่อมาในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มาตรา 8 และมาตรา 9 ให้ยกเลิกมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 และเพิ่มเติมมาตรา 26/2 ฐานผลิตพืชกระท่อม และมาตรา 26/3 ฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยข้อความตามกฎหมายเดิมและที่แก้ไขใหม่ยังเป็นทำนองเดียวกันจึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับในส่วนบทความผิด และมาตรา 17 ให้ยกเลิกมาตรา 75 และมาตรา 76 แห่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 โดยให้ใช้ข้อความใหม่แทน ซึ่งบทกำหนดโทษฐานผลิตพืชกระท่อมในมาตรา 75 วรรคสอง ตามกฎหมายเดิม และมาตรา 75 วรรคสาม ที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษเท่ากัน ต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย ส่วนความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 76 วรรคสอง ของกฎหมายเดิม มีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่มาตรา 76 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ มีระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทเพียงสถานเดียว กฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากฎหมายเดิม ต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ม.9 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.26 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.75 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 66, 75, 76, 100/1 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 7, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันผลิตพืชกระท่อม ข้อหาร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง, 75 วรรคสอง, 76 วรรคสอง พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อมและฐานร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อม ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน และปรับ 4,000 บาท รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน และปรับ 24,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน และปรับ 12,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง ภายในเวลา 1 ปี และกระทำกิจกรรมบริการสังคมตามที่จำเลยและพนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรเป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) (เดิม), 66 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 6 ปี และปรับ 400,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 (ที่แก้ไขใหม่) หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี โทษจำคุกสำหรับความผิดฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อม และฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ยังคงให้รอการลงโทษจำคุกไว้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ไม่คุมความประพฤติของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกันจับกุมจำเลยและนายสำเนา ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีน 81 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.893 กรัม น้ำต้มพืชกระท่อมพร้อมกากพืชกระท่อม อาวุธปืนยาวลูกกรด ขนาด .22 เครื่องหมายทะเบียน กท 5073283 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนลูกกรด ขนาด .22 จำนวน 2 นัด ถังแก๊สกับหัวแก๊สพร้อมสาย และถุงพลาสติกใสเป็นของกลาง ศาลพิพากษาลงโทษนายสำเนา และริบเมทแอมเฟตามีน ถังแก๊สกับหัวแก๊สพร้อมสาย กับถุงพลาสติกใสไปแล้วในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 397/2559 ของศาลชั้นต้น สำหรับความผิดฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อมกับฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะมีร้อยตำรวจโท เอกชัย พยานผู้ร่วมจับกุมเบิกความยืนยันว่า ก่อนมีการเข้าตรวจค้นจับกุม นายนันทพงศ์แจ้งว่าซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยและมีนายสุทัศน์ นายสนอง นายถนอม และนายธรายุทธ์ คนงานก่อสร้างซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุเบิกความรับว่าได้เขียนบันทึกรับสารภาพ และให้การต่อพนักงานสอบสวนไว้ว่าเมทแอมเฟตามีนที่พวกตนเสพได้มาจากจำเลยก็ตาม แต่ในชั้นพิจารณาโจทก์ไม่นำนายนันทพงศ์มาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงว่านายนันทพงศ์ซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลย ส่วนนายสุทัศน์ นายสนอง นายถนอมและนายธรายุทธ์พยานโจทก์ซึ่งเป็นคนงานก็มิได้เบิกความยืนยันข้อความที่ตนเขียนว่าได้รับเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยมาเสพเป็นความจริง นายสุทัศน์และนายสนองกลับเบิกความทำนองเดียวกันว่า ข้อความในบันทึกรับสารภาพนั้น เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้บอกให้พวกพยานเขียนและเขียนด้วยความกลัวความผิดเนื่องจากถูกตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อความที่ปรากฏในเอกสารทั้ง 4 ฉบับ มีข้อความตรงกันทั้งหมดคงเปลี่ยนเพียงชื่อผู้เขียนบันทึกเท่านั้น ประกอบกับบ้านเกิดเหตุเป็นบ้านของนายสำเนามิใช่บ้านของจำเลยโดยจำเลยอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีตามที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชนตามบันทึกคำให้การของจำเลย จุดที่ค้นพบเมทแอมเฟตามีนเป็นบริเวณหน้าบ้าน ไม่ได้อยู่ภายในตัวบ้านหรือห้องนอนของจำเลย แม้จะมีการตรวจค้นพบธนบัตรจำนวนมากที่ตัวจำเลย แต่โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นธนบัตรที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ทั้งในวันเกิดเหตุมีคนงานกำลังทำงานก่อสร้างอยู่บริเวณหน้าบ้านถึง 4 คน จึงเป็นไปได้ว่าจำเลยอาจจะเตรียมเงินไว้เป็นค่าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างและค่าแรงคนงานดังที่จำเลยนำสืบ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันว่า จำเลยร่วมกับนายสำเนามีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ลำพังเพียงพยานบอกเล่าและพยานแวดล้อมยังไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมามีข้อสงสัยว่าจำเลยร่วมกับนายสำเนามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อมและร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, 75, 76 ต่อมาในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มีพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 มาตรา 8 และมาตรา 9 ให้ยกเลิกมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 และเพิ่มเติมมาตรา 26/2 ฐานผลิตพืชกระท่อม และมาตรา 26/3 ฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยข้อความตามกฎหมายเดิมและที่แก้ไขใหม่ยังเป็นทำนองเดียวกัน จึงต้องใช้กฎหมายเดิมบังคับในส่วนบทความผิด และมาตรา 17 ให้ยกเลิกมาตรา 75 และมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 โดยให้ใช้ข้อความใหม่แทน ซึ่งบทกำหนดโทษฐานผลิตพืชกระท่อมในมาตรา 75 วรรคสอง ตามกฎหมายเดิม และมาตรา 75 วรรคสาม ที่แก้ไขใหม่มีระวางโทษเท่ากัน ต้องถือว่ากฎหมายที่แก้ไขใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงต้องใช้กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลย ส่วนความผิดฐานมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 76 วรรคสอง ของกฎหมายเดิมมีระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่มาตรา 76 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่ มีระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาทเพียงสถานเดียว กฎหมายที่แก้ไขใหม่เป็นคุณแก่จำเลยมากกว่ากฎหมายเดิม ต้องใช้กฎหมายที่แก้ไขใหม่บังคับแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (เดิม), 75 วรรคสอง (เดิม), 76 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ส่วนโทษฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อมและฐานร่วมกันมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้บังคับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2562 พนักงานอัยการจังหวัดระนอง โจทก์ นาย ธ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดระนอง · จำเลย - นาย ธ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิวรรต นิ่มละมัย · วัฒนา วิทยกุล · พิทักษ์ คงจันทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดระนอง - นางสาวลดาวัลย์ ใยมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายธรรมนิตย์ ตันติยวรงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2425/2561

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 9647/2557ฎีกา 7651/2552ฎีกา 4180/2548ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 647/2563ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 11/2539ฎีกา 5806/2534ฎีกา 34/2521ฎีกา 16561/2557ฎีกา 1386/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา