⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 472/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2563

ป.อาญา ม.29, 30, 56 ฯลฯ · ป.พ.พ. ม.861, 862, 889

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินกิจการที่มีลักษณะเป็นการรับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใด ๆ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การดำเนินกิจกรรมของชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญ สมาชิกจะต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกแก่ชมรมทุกปี เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย ชมรมจะนำเงินค่าสมาชิกหมุนเวียนจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์โดยอาศัยเหตุแห่งการมรณะของสมาชิกนั้น เป็นเหตุในอนาคตที่จะใช้เงินแก่ผู้รับประโยชน์ตามที่สมาชิกนั้นกำหนดไว้ มิใช่เป็นการจ่ายเพื่อการสงเคราะห์ตาม พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 แต่เป็นการดำเนินกิจการอันมีลักษณะทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตตาม ป.พ.พ. มาตรา 861 มาตรา 862 และมาตรา 889 ซึ่งมิได้จัดตั้งขึ้นในรูปบริษัทมหาชนจำกัด จึงไม่อาจที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตตาม พ.ร.บ.การประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 7 จำเลยทั้งสี่ร่วมกันดำเนินกิจการชมรมในการทำการเป็นผู้รับประกันชีวิตโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบรรดาสมาชิกทั้งหลายด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำชักชวนหาสมาชิก เป็นการร่วมกันทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใด ๆ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 18 ซึ่งบัญญัติไว้เป็นความผิดตามมาตรา 91

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.861 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.862 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 พระราชบัญญัติการประกันชีวิต พ.ศ.2535 ม.7 พระราชบัญญัติการประกันชีวิต พ.ศ.2545 ม.7 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 ม.7 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 ม.18 พระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 ม.91

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 7, 18, 91 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 341, 343 กับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันคืนเงินหรือร่วมกันใช้เงินคืนให้แก่ผู้เสียหายทั้งยี่สิบสามตามจำนวนที่ผู้เสียหายแต่ละคนถูกจำเลยทั้งสี่หลอกลวงไปดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 11 ที่ 13 ถึงที่ 21 ที่ 24 และที่ 25 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343 โดยเรียกว่าโจทก์ร่วมที่ 1 ถึงที่ 22 ตามลำดับ ส่วนข้อหาอื่นโจทก์ร่วมทั้งยี่สิบสองไม่เป็นผู้เสียหายจึงไม่อนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 18, 91 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 200,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสี่มีประวัติการกระทำความผิดหรือเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี โดยออกข้อกำหนดห้ามจำเลยทั้งสี่ประกอบธุรกิจหรือกิจกรรมในลักษณะนี้อีกต่อไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังได้ไม่เกิน 1 ปี ข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ โจทก์ร่วมทั้งยี่สิบสองและจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาร่วมกันทำการรับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใด ๆ โดยไม่ได้รับใบอนุญาต แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ร่วมทั้งยี่สิบสองที่จะฟ้องจำเลยทั้งสี่ในส่วนคดีแพ่งใหม่ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 คดีมาสู่ศาลฎีกาตามฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันทำการรับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใด ๆ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองและที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า เมื่อปี 2550 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 กับพวกร่วมกันก่อตั้งชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญ ระหว่างเกิดเหตุคดีนี้ จำเลยที่ 1 เป็นประธานกรรมการ จำเลยที่ 2 เป็นรองประธานกรรมการ จำเลยที่ 3 เป็นกรรมการ จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการและเหรัญญิก โดยมีข้อบังคับชมรม ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง โจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 11 สมัครเป็นสมาชิกชมรมกับจำเลยที่ 2 โจทก์ร่วมที่ 2 ที่ 6 และที่ 20 สมัครเป็นสมาชิกชมรมกับจำเลยที่ 1 โจทก์ร่วมที่ 3 ที่ 4 ที่ 8 ที่ 9 ที่ 12 และที่ 19 สมัครเป็นสมาชิกชมรมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 โจทก์ร่วมที่ 5 สมัครเป็นสมาชิกชมรมกับจำเลยที่ 3 และโจทก์ร่วมที่ 18 สมัครเป็นสมาชิกชมรมกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 โจทก์ร่วมแต่ละคนชำระค่าสมาชิกรายปีตลอดมา กับได้รับสมุดคู่มือสมาชิกบันทึกรายการรับเงิน ต่อมาปี 2556 ชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญออกข้อบังคับสำหรับสมาชิกใหม่โดยเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกหรือสมาชิกที่เข้าสวมสิทธิแทนสมาชิกเดิมที่ถึงแก่ความตายต้องชำระเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า 2,000 บาท ค่าสมัครคนละ 100 บาท ค่าบำรุงปีละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 2,150 บาท จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2558 ชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญมีมติยุติการดำเนินงาน มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำมาสืบรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันประกอบธุรกิจประกันชีวิตโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การดำเนินการชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญในการสงเคราะห์สมาชิกหรือครอบครัวของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายนั้น สมาชิกจะต้องจ่ายค่าสมาชิกแก่ชมรมรายปีทุกปี เมื่อสมาชิกถึงแก่ความตาย ชมรมจะนำเงินค่าสมาชิกมาหมุนเวียนจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ตามจำนวนที่กำหนดไว้โดยอาศัยเหตุแห่งการมรณะของสมาชิกนั้นเองเป็นเหตุในอนาคตที่จะใช้เงินนั้นให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามที่สมาชิกนั้นกำหนดไว้ มิใช่เป็นการจ่ายเพื่อการสงเคราะห์สมาชิกหรือครอบครัวของสมาชิกซึ่งถึงแก่ความตายด้วยกันตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 แต่การดำเนินกิจกรรมชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญมีลักษณะเป็นการทำการเป็นผู้รับประกันภัย โดยกำหนดให้สมาชิกส่งใช้เงินค่าสมาชิกรายปีให้แก่ชมรมทำนองเดียวกันกับการส่งใช้เงินเบี้ยประกันภัย และการที่ชมรมอาศัยในเหตุที่สมาชิกนั้นถึงแก่ความตายในอนาคตใช้เงินจำนวนหนึ่งเรียกว่าเงินสงเคราะห์ให้แก่สมาชิกหรือผู้รับประโยชน์ทำนองเดียวกันกับผู้รับประกันภัยโดยจำเลยที่ 1 ได้ออกสมุดคู่มือสมาชิกชมรมลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ในฐานะประธานชมรมไว้เป็นหลักฐานในการรับเป็นสมาชิกโดยให้ระบุชื่อผู้รับประโยชน์และบันทึกรายการรับเงินค่าสมาชิกแต่ละปีให้แก่สมาชิกไว้เป็นหลักฐานทำนองเป็นหลักฐานสัญญาประกันภัยลงลายมือชื่อของผู้รับประกันภัยที่ออกให้แก่สมาชิกซึ่งอยู่ในฐานะทำนองเดียวกันกับผู้เอาประกันภัย การดำเนินกิจกรรมของชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญเป็นอันรับฟังได้ว่าทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 861 มาตรา 862 และมาตรา 889 จำเลยทั้งสี่จะปฏิเสธว่าชมรมมิได้ประกอบกิจการประกันภัยและมิได้ทำธุรกิจประกันชีวิตหาได้ไม่ การดำเนินการของชมรมเอื้ออาทรเกษตรกรอำนาจเจริญที่ทำการเป็นผู้รับประกันชีวิตของสมาชิกหรือบุคคลใด ๆ ซึ่งมิได้จัดตั้งขึ้นในรูปบริษัทมหาชนจำกัด จึงไม่อาจที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามพระราชบัญญัติการประกันชีวิต พ.ศ.2545 มาตรา 7 การที่จำเลยทั้งสี่ในฐานะเป็นประธานกรรมการ รองประธานกรรมการและกรรมการ ที่ได้ร่วมกันดำเนินการกิจการชมรมในการทำการเป็นผู้รับประกันชีวิตโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบรรดาสมาชิกทั้งหลายด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำชักชวนหาสมาชิก จำเลยที่ 4 เป็นกรรมการและเหรัญญิกทำหน้าที่ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของสมาชิกและจำนวนเงินสงเคราะห์ที่จะจ่ายแก่สมาชิกซึ่งถือเป็นงานที่สำคัญในการประกอบธุรกิจประกันชีวิต การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการร่วมกันทำการเป็นผู้รับประกันภัยโดยทำสัญญาประกันชีวิตกับบุคคลใด ๆ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัย อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 18 ซึ่งบัญญัติไว้เป็นความผิดตามมาตรา 91 ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษามา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่าโจทก์มิได้นำสืบให้ได้ความแน่ชัดว่าจำเลยทั้งสี่มิได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจประกันชีวิตตามกฎหมายและพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติประกันชีวิต พ.ศ.2535 มาตรา 18, 91 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 โทษและการรอการลงโทษรวมทั้งการบังคับค่าปรับให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 472/2563 พนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ โจทก์ นาง ท. กับพวก โจทก์ร่วม นาย ท. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอำนาจเจริญ · โจทก์ร่วม - นาง ท. กับพวก · จำเลย - นาย ท. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ฑีฆาอุตมากร · นิติ เอื้อจรัสพันธุ์ · ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอำนาจเจริญ - นายธรรมสรณ์ ปทุมมาศ · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1753/2562

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2581/2548ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 4180/2548ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 2303/2518ฎีกา 1715/2545ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 647/2563ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา