⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2103/2565

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2565

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีสิทธิฟ้องร้องผู้ที่เข้ามารบกวนการครอบครองและทำให้ทรัพย์สินเสียหายได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ครอบครองทำประโยชน์และปักเสาปูนรอบที่พิพาท ทั้งเป็นผู้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ตามใบ ภ.บ.ท. 5 เลขที่สำรวจ 862/2521 ต่อมาสำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาญจนบุรีตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าเป็นที่ดินราชพัสดุและมีลักษณะเป็นทางสาธารณประโยชน์ ขณะเกิดเหตุโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทโดยครอบครองต่อเนื่องจากผู้ขายที่ดินให้โจทก์ ดังนั้น หากมีบุคคลอื่นเข้ามาขุดดินทำเป็นร่องวางท่อระบายน้ำในที่ดิน อันเป็นการรบกวนการครอบครองและทำให้เสียหายซึ่งที่ดินที่โจทก์ครอบครองดังกล่าว ย่อมเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิและรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ในขณะนั้น โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 334, 335, 358, 362, 365 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 (2) ประกอบมาตรา 362, 83 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตั้งแต่สองคนขึ้นไป ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 3 เดือน และปรับคนละ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้จำเลยทั้งสองฟัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทตั้งอยู่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิทางทะเบียน มีเพียงแบบแสดงรายการเสียภาษีบำรุงท้องที่ ภ.บ.ท. 5 แปลงสำรวจเลขที่ 4114/2553 ซึ่งเดิมมีนางพูลสุขศรี เป็นผู้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่พิพาท ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2553 นางพูลสุขศรีถึงแก่ความตาย นางมนัสนันท์ บุตรของผู้ตายยื่นคำร้องขอเป็นผู้จัดการทรัพย์มรดก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งนางมนัสนันท์เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย นางมนัสนันท์ซึ่งรับมรดกที่ดินพิพาทในฐานะทายาทโดยธรรมได้แบ่งขายที่ดินดังกล่าว เนื้อที่ 2 ไร่ ให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 หลังจากนั้นโจทก์เข้าครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทและเป็นผู้ชำระภาษีบำรุงท้องที่ตามใบ ภ.บ.ท.5 เลขสำรวจที่ 862/2561 เนื้อที่ 1 งาน 97 ตารางวา จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน เดิมจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของที่ดิน ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 3235 เนื้อที่ 1 งาน 6 ตารางวา ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยที่ 2 โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้องจำเลยที่ 2 ว่าจ้างนายพรชัยให้ขุดร่องดินวางท่อระบายน้ำในที่ดินพิพาทระหว่างที่ดินที่โจทก์และจำเลยทั้งสองครอบครองโดยมีทางสาธารณะกั้นอยู่ เสา 3 ต้น ที่โจทก์ปักไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างแนวที่ดินที่โจทก์ครอบครองกับที่ดินของจำเลยทั้งสองหายไป คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ว่าขณะเกิดเหตุโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทโดยครอบครองต่อเนื่องจากผู้ขายที่ดินให้โจทก์ ดังนั้น หากมีบุคคลอื่นเข้ามาขุดดินทำเป็นร่องวางท่อระบายน้ำในที่ดินอันเป็นการรบกวนการครอบครองและทำให้เสียหายซึ่งที่ดินที่โจทก์ครอบครองดังกล่าวย่อมเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิและรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ในขณะนั้นโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกและฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ได้กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นข้ออื่นของจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป เพราะ ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อต่อไปว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตั้งแต่สองคนขึ้นไปและฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์หรือไม่ได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ว่า วันเกิดเหตุจำเลยทั้งสองร่วมกันควบคุมสั่งการอยู่บริเวณรถยนต์เก๋งสีขาวอยู่บนที่ดินโจทก์ใช้ให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2103/2565 นาย ศ. โจทก์ นาง ก. กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ศ. · จำเลย - นาง ก. กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พงษ์ธร จันทร์อุดม · จักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล · สรชัย จตุรภัทรวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นางสาวนฤมล ศักดิ์สกุลไกร · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายประสิทธิ์ ตันติเสรี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.376/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา