⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1003/2566

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2566

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่เพื่อรวมหนี้เดิมที่อาจมีปัญหาในการฟ้องร้องบังคับคดี ถือเป็นการแปลงหนี้ใหม่ที่สมบูรณ์ หากคู่สัญญามีเจตนาให้หนี้เดิมระงับไป.

ย่อคำพิพากษา

หนี้ตามสัญญากู้เงินพิพาทเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์เพียงแต่โจทก์ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีจำเลยได้ อย่างไรก็ตาม คู่กรณีสามารถตกลงกันทำสัญญากู้ยืมเงินขึ้นเพื่อบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินได้ ทั้งการส่งมอบเงินกู้ไม่จำเป็นต้องส่งมอบเงินในวันทำสัญญา สามารถส่งมอบก่อนหรือหลังทำสัญญาก็ได้ และจำเลยรับว่าเป็นหนี้เงินกู้ 100,000 บาท ดังกล่าวจริง หนี้ส่วนนี้จึงสมบูรณ์ ส่วนหนี้ยืมทองคำ แม้มีการไถ่ถอนทองคำคืนโจทก์ แต่ก็เป็นการกระทำภายหลังที่มีการทำสัญญากู้ยืมเงินแล้ว ทั้งโจทก์และจำเลยมีการตรวจสอบยอดหนี้ในส่วนนี้ว่ายังมีหนี้ค้างชำระกันอีก หนี้ในส่วนนี้จึงสมบูรณ์เช่นกัน สำหรับหนี้ค่าแชร์เมื่อนำมารวมกับหนี้เงินกู้และหนี้ยืมทองคำแล้วจัดทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงินพิพาท จำเลยยอมรับว่ามีการทำสัญญากู้ยืมเงินพิพาทจริง ส่วนจะเป็นโมฆะตาม พ.ร.บ.การเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 หรือไม่ นั้น จำเลยเป็นฝ่ายกล่าวอ้าง จำเลยมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าในช่วงเวลาเดียวกันโจทก์มีการจัดให้เล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง หรือมีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน และมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าหนี้ค่าแชร์ที่นำมารวมเป็นหนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินมีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เมื่อจำเลยไม่นำสืบจึงฟังไม่ได้ว่าหนี้ค่าแชร์ที่โจทก์เป็นนายวงเป็นโมฆะ และเมื่อมีการนำหนี้ทั้งสามประเภทมารวมกันเป็นหนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินพิพาท เป็นกรณีที่โจทก์และจำเลยตกลงก่อหนี้ขึ้นมาใหม่โดยมีเจตนาให้หนี้เดิมระงับอันมีลักษณะเป็นการเปลี่ยนสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.650 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 พระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ.2534 ม.6

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 830,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 688,227 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 26 มิถุนายน 2562) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์โดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลอุทธรณ์ 2 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้โดยคู่ความไม่ได้โต้แย้งกันว่า โจทก์รู้จักกับจำเลยมานาน 2 ปี โจทก์และจำเลยเล่นแชร์ด้วยกันและต่างเป็นนายวงแชร์ โดยโจทก์เล่นแชร์กับจำเลย 2 วง จำเลยเล่นแชร์กับโจทก์ 4 วง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2562 จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ 830,000 บาท โดยสัญญากู้ยืมระบุว่าจำเลยได้รับเงินไปครบถ้วนเสร็จแล้ว โดยเอาหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ 19 บาท มูลค่า 300,000 บาท และหนี้ค่าแชร์ที่โจทก์และจำเลยเป็นนายวง มารวมเป็นสัญญากู้ ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้ ไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2562 จำเลยได้รับหนังสือแล้วเพิกเฉย สำหรับหนี้ยืมทองคำ จำเลยนำทองคำไปจำนำและโอนเงินคืนโจทก์ 167,383 บาท และต่อมาโจทก์ให้จำเลยไถ่ถอนทองคำ โดยโจทก์มอบเงินให้จำเลยเป็นค่าไถ่ถอนและดอกเบี้ยรวม 134,617 บาท และหลังจากทวงถาม จำเลยโอนเงินชำระหนี้ให้โจทก์ 5,500 บาท ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า หนี้เงินกู้ตามฟ้องมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายและใช้บังคับได้หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินเกิดจากการนำหนี้เงินกู้ 100,000 บาท หนี้ยืมทองคำ มูลค่า 300,000 บาท และหนี้ค่าแชร์มารวมกัน แม้หนี้เงินกู้เดิมไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมแต่จำเลยยังมีหน้าที่ต้องรับผิดใช้เงินแก่โจทก์ เพียงแต่โจทก์ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับคดีจำเลยได้ อย่างไรก็ตามคู่กรณีสามารถตกลงกันทำสัญญากู้ยืมเงินขึ้นเพื่อบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินได้ ทั้งการส่งมอบเงินกู้ไม่จำเป็นต้องส่งมอบเงินในวันทำสัญญา สามารถส่งมอบก่อนหรือหลังทำสัญญาก็ได้ และจำเลยรับว่าเป็นหนี้เงินกู้ 100,000 บาท ดังกล่าวจริงตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 12 ธันวาคม 2562 หนี้ส่วนนี้จึงสมบูรณ์ ส่วนหนี้ยืมทองคำก็ปรากฏว่ามีการถ่ายภาพการส่งมอบทองคำ หลักฐานการที่จำเลยนำทองคำไปจำนำ และรายละเอียดค่าใช้จ่าย แม้มีการไถ่ถอนทองคำคืนโจทก์ แต่ก็เป็นการกระทำภายหลังที่มีการทำสัญญากู้ยืมเงินแล้ว โจทก์และจำเลยมีการตรวจสอบยอดหนี้ในส่วนนี้ว่าค้างชำระอีก 134,617 บาท ตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 12 ธันวาคม 2562 หนี้ในส่วนนี้จึงสมบูรณ์เช่นกัน สำหรับหนี้ค่าแชร์เมื่อมีการนำมารวมกับหนี้เงินกู้และหนี้ยืมทองคำแล้วนำมาจัดทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยยอมรับว่ามีการทำสัญญากู้ยืมเงินจริง ส่วนจะเป็นโมฆะตามพระราชบัญญัติการเล่นแชร์ พ.ศ. 2534 มาตรา 6 หรือไม่ นั้น จำเลยเป็นฝ่ายกล่าวอ้าง จำเลยมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าในช่วงเวลาเดียวกันโจทก์มีการจัดให้เล่นแชร์มีจำนวนวงแชร์รวมกันมากกว่าสามวง หรือมีจำนวนสมาชิกวงแชร์รวมกันทุกวงมากกว่าสามสิบคน และมีหน้าที่นำสืบให้เห็นว่าหนี้ค่าแชร์ที่นำมารวมเป็นหนี้ตามหนังสือสัญญากู้เงินมีทุนกองกลางต่อหนึ่งงวดรวมกันทุกวงเป็นมูลค่ามากกว่าสามแสนบาท เมื่อจำเลยไม่นำสืบ จึงฟังไม่ได้ว่าหนี้ค่าแชร์ที่โจทก์เป็นนายวงเป็นโมฆะ และเมื่อมีการนำหนี้ทั้งสามประเภทมารวมกันเป็นหนี้ เป็นกรณีที่โจทก์และจำเลยตกลงก่อหนี้ขึ้นมาใหม่โดยมีเจตนาให้หนี้เดิมระงับ อันมีลักษณะเป็นการเปลี่ยนสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ และเมื่อมีการหักทอนยอดหนี้ยืมทองคำและมีการชำระหนี้หลังจากทวงถาม คงเหลือหนี้ 688,227 บาท โดยจำเลยไม่นำสืบหักล้างเป็นประการอื่น จึงต้องฟังว่า จำเลยค้างชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้มีการออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ให้ยกเลิกความในมาตรา 7 และมาตรา 224 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้ใช้ความใหม่แทน เป็นผลให้โจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยผิดนัดได้ในอัตราที่กำหนดตามมาตรา 7 บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี เว้นแต่เจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมายและอาจปรับเปลี่ยนโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่กระทบกระเทือนถึงการคิดดอกเบี้ยผิดนัดในระหว่างช่วงเวลาก่อนที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ดังนั้น เมื่อหนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ อัตราดอกเบี้ยผิดนัดที่จำเลยต้องรับผิดนับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 จึงต้องเป็นไปตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 688,227 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 มิถุนายน 2562) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ทั้งนี้ ดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 ถ้ากระทรวงการคลังปรับเปลี่ยนอัตราโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเมื่อใดก็ให้ปรับเปลี่ยนไปตามนั้น แต่ไม่ให้เกินกว่าร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2566 นาง พ. โจทก์ นางสาว ป. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง พ. · จำเลย - นางสาว ป.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนาคม ลิ้มภักดี · นวลทิพย์ ฉัตรชัยสกุล · อภิชาต ภมรบุตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระแก้ว - นายภูริวิชญ์ ยาหิรัญ · ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายอรรถสิทธิ์ รอดบำรุง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.758/2565

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3245/2534ฎีกา 231/2482ฎีกา 6631/2568ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 425/2520ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 1490/2538ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 9649/2555ฎีกา 1084/2539ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา