⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3978/2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2567

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ถือเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และหากการกระทำนั้นพลาดไปถูกบุคคลอื่นจนถึงแก่ความตาย ก็ให้รับผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยพลาดด้วย

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทง น. แล้ว น. ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายที่ 2 เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยมิได้คบคิดนัดหมายกันมาก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานฆ่าผู้อื่นโดยพลาด แต่เมื่อจำเลยมีเจตนาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้ตายที่ 1 มาตั้งแต่ต้นและร่วมชุลมุนชกต่อยผู้ตายที่ 1 จึงต้องรับผลแห่งการกระทำของพวกจำเลยและ น. ด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานทำร้ายผู้ตายที่ 1 จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 และฐานร่วมกันทำร้ายผู้ตายที่ 2 จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยพลาดตาม ป.อ. มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 60, 83 อันเป็นความผิดหลายอย่างซึ่งรวมอยู่ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยพลาดตามที่โจทก์ฟ้อง และเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ซึ่งศาลฎีกาลงโทษในความผิดดังกล่าวตามที่พิจารณาได้ความได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91, 92, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 4, 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่ว่า จำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยจำเลยมีปากเสียงและทะเลาะวิวาทกับนายจิรโชติ ผู้ตายที่ 1 แล้วจำเลยใช้ขวดสุราตีศีรษะผู้ตายที่ 1 จำนวน 1 ครั้ง บริเวณลานจอดรถร้านคลับ 99 ผู้ตายที่ 1 วิ่งหนีไป จำเลยวิ่งตามไปแล้วผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทงจำเลยที่หน้าอกขวาและซ้าย รวม 4 ครั้ง หลังจากนั้นจำเลยล้มลง จำเลยไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของนายนฤปนาท อาวุธปืนและอาวุธมีดปลายแหลมไม่ใช่ของจำเลย กับรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เพียงกระทงเดียว จำคุก 20 ปี ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี เพิ่มโทษกระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น เป็นจำคุก 26 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี 4 เดือน รวมจำคุก 27 ปี 12 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 1 นาฬิกา ขณะที่นางสาวรุ่งฤดี และนางสาวสิริฑา กับเพื่อนกำลังเดินไปที่ลานจอดรถหน้าร้านคลับ 99 พบนายจิรโชติ ผู้ตายที่ 1 กำลังพูดคุยกับนางสาวกมลชนก พี่สาวของนางสาวรุ่งฤดีว่าจะไปส่งที่บ้าน แล้วนางสาวรุ่งฤดีกับเพื่อนและผู้ตายที่ 1 เดินไปที่ลานจอดรถ ระหว่างนั้นนายนฤปนาท เดินเข้าไปถามผู้ตายที่ 1 ว่า ไหนคนชื่อเบส ผู้ตายที่ 1 บอกว่า ใจเย็น ๆ นะ เพื่อนผม ขณะเดียวกันจำเลยใช้ขวดตีศีรษะผู้ตายที่ 1 ผู้ตายที่ 1 วิ่งหลบหนีไป มีคนร้ายวิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไปรวมทั้งจำเลยและนายนฤปนาทด้วย แล้วผู้ตายที่ 1 กับคนร้ายซึ่งวิ่งตามไปชุลมุนชกต่อยและใช้อาวุธมีดแทงกัน หลังจากนั้นผู้ตายที่ 1 ถอยออกมา นายนฤปนาทวิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไป ผู้ตายที่ 1ใช้อาวุธมีดแทงนายนฤปนาท ส่วนนายนฤปนาทใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้ตายที่ 1 แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้ตายที่ 1 โดยกระสุนปืนพลาดไปถูกนายสุภาชัย ผู้ตายที่ 2 เป็นเหตุให้ผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตาย หลังเกิดเหตุผู้ตายที่ 1 ถึงแก่ความตายเนื่องจากเสียเลือดมากจากบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงบริเวณหลังและช่องอก และนายนฤปนาทถึงแก่ความตายจากบาดแผลถูกอาวุธมีดแทง ส่วนจำเลยได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล หน้าอกขวา 1 แผลและช่องท้อง 1 แผล ความผิดฐานร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยข้อแรกมีว่า จำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยกับนายนฤปนาทเดินทางมาร้านคลับ 99 ด้วยกันเดินออกจากร้านคลับ 99 พร้อมกัน หรือพบกันก่อนเกิดเหตุที่จำเลยใช้ขวดตีศีรษะผู้ตายที่ 1 ก็ตาม แต่จำเลยเบิกความรับว่าจำเลยรู้จักนายนฤปนาท ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบข้อเท็จจริงที่ว่าเมื่อนายนฤปนาทสอบถามผู้ตายที่ 1 แล้ว จำเลยใช้ขวดตีศีรษะผู้ตายที่ 1 ทันที เมื่อผู้ตายที่ 1 วิ่งหลบหนี จำเลย นายนฤปนาทกับพวกได้วิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไป เช่นนี้พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวบ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยและนายนฤปนาทกับพวกที่วิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไปเป็นพวกเดียวกันและต่างรู้เห็นถึงการกระทำของแต่ละคนโดยมีเจตนาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้ตายที่ 1 มาตั้งแต่ต้น โจทก์มีนายวศิน เบิกความว่า เมื่อผู้ตายที่ 1 วิ่งมาถึงจุดหมายเลข 2 เกิดการชุลมุนกัน โดยพวกของจำเลยประมาณ 10 คน ส่วนผู้ตายที่ 1 มีเพียงคนเดียว มีการชกต่อยและแทงกัน แต่พยานไม่ทราบว่าใครเป็นคนแทง และผู้ตายที่ 1 แทงสวนไปด้วย เมื่อผู้ตายที่ 1 ถอยออกมา นายนฤปนาทวิ่งตามผู้ตายที่ 1 ออกมา ผู้ตายที่ 1 จึงใช้อาวุธมีดแทงนายนฤปนาท และนายนฤปนาทใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 ทันที แม้นายวศินเบิกความว่า พยานไม่เห็นจำเลยวิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไปก็ตาม แต่เมื่อจำเลยเบิกความรับว่าจำเลยวิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไป และหลังเกิดเหตุจำเลยได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่หน้าอกซ้าย 1 แผล หน้าอกขวา 1 แผล และช่องท้อง 1 แผล เชื่อว่าเมื่อจำเลยวิ่งตามผู้ตายที่ 1 ไปทัน จำเลยได้เข้าร่วมชุลมุนชกต่อยกับผู้ตายที่ 1 ซึ่งระหว่างการชุลมุนมีการใช้อาวุธมีดแทงกันด้วย ประกอบกับผู้ตายที่ 1 เป็นผู้ใช้อาวุธมีดแทงนายนฤปนาท ทำให้เชื่อว่าบาดแผลที่ถูกอาวุธมีดแทงของจำเลยเกิดจากผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทงจำเลย เมื่อผู้ตายที่ 1 ถึงแก่ความตายเนื่องจากบาดแผลที่ถูกแทงด้วยอาวุธมีดโดยโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายที่ 1 และนายนฤปนาทเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 หลังจากที่ผู้ตายที่ 1 ใช้อาวุธมีดแทงนายนฤปนาทแล้ว แต่กระสุนไม่ถูกผู้ตายที่ 1 โดยพลาดไปถูกผู้ตายที่ 2 ถึงแก่ความตาย เช่นนี้ เหตุการณ์ที่ผู้ตายที่ 1 ถูกอาวุธมีดแทงและนายนฤปนาทใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ 1 จึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าอย่างกะทันหันโดยจำเลยมิได้คบคิดนัดหมายมาก่อน ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและฐานฆ่าผู้อื่นโดยพลาด แต่เมื่อจำเลยมีเจตนาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้ตายที่ 1 มาตั้งแต่ต้นและร่วมชุลมุนชกต่อยผู้ตายที่ 1 จำเลยจึงต้องรับผลแห่งการกระทำของพวกจำเลยและนายนฤปนาทด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานทำร้ายผู้ตายที่ 1 จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 และฐานร่วมกันทำร้ายผู้ตายที่ 2 จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 60, 83 อันเป็นความผิดหลายอย่างซึ่งรวมอยู่ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นและฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยพลาดตามที่โจทก์ฟ้อง และเป็นความผิดได้อยู่ในตัวเอง ซึ่งศาลฎีกาลงโทษในความผิดดังกล่าวตามที่พิจารณาได้ความได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 215 และมาตรา 225 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยไม่ปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 60 และ 83 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย สำหรับความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เห็นว่า ทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยรู้มาก่อนว่านายนฤปนาทพาอาวุธปืนของกลางติดตัวมาด้วย ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยไม่ได้ร่วมกับนายนฤปนาทยึดถือครอบครองอาวุธปืนของกลาง ดังนี้ จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีส่วนร่วมกับนายนฤปนาทในการมีอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางไว้ในครอบครอง จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต แม้ความผิดฐานดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและยังคงให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ก็ตาม แต่ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังขึ้นบางส่วน ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยข้อต่อไปมีว่า มีเหตุที่จะลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นในสถานเบาหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายและฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายโดยพลาดแล้ว ศาลฎีกาต้องกำหนดโทษจำคุกจำเลยใหม่ กรณีจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่ามีเหตุลงโทษจำคุกจำเลยในสถานเบาหรือไม่อีก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 60 และ 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีระวางโทษเท่ากัน ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 เพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสาม เป็นจำคุก 13 ปี 4 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3978/2567 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นาย ณ. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นาย ณ.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เทพ อิงคสิทธิ์ · วรวุฒิ ทวาทศิน · ศรศักดิ์ กุลจิตติบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางสาวจิราพร ศิริพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิระ สุดแก้ว
แหล่งที่มาหนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.1039/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 681/2491ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 582/2468ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · หนังสือคำพิพากษาศาลฎีกา