⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2107/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ต้องครอบคลุมประเด็นที่ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น หากมิได้อุทธรณ์ประเด็นใด ประเด็นนั้นจะถือเป็นอันยุติและไม่อาจยกขึ้นฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของจำเลยไม่พอฟังว่าจำเลยทำร้ายผู้เสียหายเพื่อป้องกันตัวในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกเท่านั้น มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงในส่วนนี้จึงเป็นอันยุติ จำเลยไม่อาจยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อนี้ก็หาก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยในการฎีกาไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.252 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 (เดิม) ให้จำคุก 6 เดือน ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของจำเลยไม่พอฟังว่าจำเลยทำร้ายนายทักษ์สิน ผู้เสียหาย เพื่อป้องกันตัวในชั้นอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์เพียงขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกเท่านั้น มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในข้อนี้แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงในส่วนนี้จึงเป็นอันยุติ จำเลยไม่อาจยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นฎีกาได้เพราะเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และมาตรา 252 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อนี้ ก็หาก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยในการฎีกาไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า มีเหตุสมควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า จำเลยใช้ไม้หน้าสามฟาดผู้เสียหายที่ศีรษะด้านซ้าย 1 ครั้ง และชกต่อยที่บริเวณใบหน้าของผู้เสียหายหลายครั้ง มีบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะด้านซ้ายยาว 5 เซนติเมตร ลึกถึงกะโหลกศีรษะ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย แสดงว่าจำเลยใช้ไม้ฟาดผู้เสียหายที่ศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญอย่างแรง ทั้งหลังเกิดเหตุก็ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหาย อันเป็นการรู้สำนึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยหลังลดโทษแล้ว จำคุก 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษให้แก่จำเลยนั้นนับว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2107/2568 พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย ท. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นาย ท.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรงค์พร จิระภาค · จรรยา จีระเรืองรัตนา · ประทีป เหมือนเตย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นางเวนิสา เจือจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นางปาริชาติ ภู่สํารวจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2851/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 394/2550ฎีกา 7919/2553ฎีกา 367/2568ฎีกา 6635/2551ฎีกา 8903/2553ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7122/2545ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2328/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1646/2546ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1948/2523ฎีกา 8988/2550ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 3830/2524ฎีกา 3604/2533ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 3119/2558ฎีกา 8543/2544ฎีกา 9076/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา