คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8990/2568
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดซ้ำตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง กำหนดให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ตรี และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำผิดครั้งแรก ให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอตามมาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรกโดยไม่ปรับด้วยนั้น จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 43, 160 ตรี, 160 ตรี/1, 160 ตรี/2, 160 ตรี/3 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 42, 64 บวกโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 และ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้
จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43 (2), 160 ตรี/1 ประกอบมาตรา 160 ตรี วรรคหนึ่ง (ที่ถูก 160 ตรี/2 วรรคหนึ่งด้วย) พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคหนึ่ง, 64 (ที่ถูก การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91) ฐานขับรถในขณะเมาสุราซ้ำอีกภายในสองปี (ที่ถูก ฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จำคุก 6 เดือน และปรับ 70,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 1,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานขับรถขณะเมาสุราซ้ำอีกภายในสองปี (ที่ถูก ฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรก) จำคุก 3 เดือน และปรับ 35,000 บาท ฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับรถ ปรับ 500 บาท รวมจำคุก 3 เดือน และปรับ 35,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี และคุมความประพฤติจำเลย 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้กระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ 24 ชั่วโมง อบรมวินัยจราจร 6 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า บวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 และหมายเลขแดงที่ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้นอีก 2 เดือน 10 วัน รวมจำคุก 5 เดือน 10 วัน ไม่รอการลงโทษจำคุก ไม่ปรับและไม่คุมความประพฤติของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า กรณีมีเหตุสมควรรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ โดยตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดได้ 230 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างมาก ย่อมทำให้ความสามารถในการขับและควบคุมรถให้แล่นไปได้โดยปลอดภัยตามปกติลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุทางจราจร จึงเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้ร่วมใช้ทาง ซึ่งผู้ขับรถจะต้องมีวินัยปฏิบัติตามกฎจราจรและคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับรถอย่างเคร่งครัด ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ ความสงบเรียบร้อยและสวัสดิภาพของประชาชน การกระทำของจำเลยนับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ประกอบกับเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2565 จำเลยถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 เดือน และปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 312/2565 ของศาลชั้นต้น และวันที่ 15 เมษายน 2566 จำเลยถูกศาลพิพากษาให้จำคุก 1 เดือน 10 วัน และปรับ 4,600 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ฐานขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ. 328/2566 ของศาลชั้นต้น จำเลยกลับมากระทำความผิดซ้ำในลักษณะเดียวกับคดีนี้อีกภายในระยะเวลาที่รอการลงโทษในคดีดังกล่าว แสดงว่าจำเลยไม่ได้รู้สำนึกในการกระทำความผิดของตนและไม่ได้พยายามปรับปรุงแก้ไขกลับตัวให้เป็นพลเมืองที่ดี วิธีรอการลงโทษจำคุกจึงใช้ไม่ได้ผลกับจำเลย แม้จำเลยจะไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนก็ตาม กรณียังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยอีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
อนึ่ง เมื่อจำเลยกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 ตรี และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำผิดครั้งแรก ให้ศาลลงโทษจำคุกและปรับด้วยเสมอ ตามมาตรา 160 ตรี/3 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ลงโทษจำเลยฐานขับรถในขณะเมาสุราโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่ และได้กระทำความผิดซ้ำอีกภายในสองปีนับแต่วันที่กระทำความผิดครั้งแรกโดยไม่ปรับด้วยนั้น จึงไม่ถูกต้อง ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 แต่โจทก์มิได้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว ศาลฎีกาไม่อาจลงโทษปรับได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบมาตรา 225
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8990/2568
พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลก โจทก์
นาย ส. จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นาย ส. |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุณิสา สมประสงค์ · จรรยา จีระเรืองรัตนา · ประทีป เหมือนเตย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายถาวร เบ้าเงิน · ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายมงคล แสงอรุณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | อ.1438/2568 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา