⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 356/2471

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2471

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกักขังโดยไม่มีอำนาจกระทำไม่ได้ และการแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานจนทำให้ผู้อื่นเสียหายเป็นความผิดอาญา การลงโทษจำคุกอาจรอการลงโทษได้หากมีเหตุอันสมควร พยานบุคคลไม่สามารถหักล้างพยานเอกสารได้

ย่อคำพิพากษา

กักขังโดยไม่มีอำนาจแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานทำให้ผู้อื่นเสียหายรอการลงอาญาลักษณพยาน พยานบุคคลจะหักล่างพยานเอกสารไม่ได้ ( พระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ยกโทษ การลงอาญาจำคุก )

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 ประมวลกฎหมายอาญา ม.42 ประมวลกฎหมายอาญา ม.118 ประมวลกฎหมายอาญา ม.270

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ซึ่งเปนผู้บัญชาการได้สมคบกันกักขังโจทก์ผู้เปนสมุหบัญชีโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามประมวลอาญา ม. ๖๔ - ๑๔๕ - ๒๖๘ - ๒๗๐ - ๒๗๑ - ๓๐๓ และประมวลอาญาทหาร ม. ๕๐ - ๓๒ - ๓๐ กรรมการศาลรับสั่งตัดสินทับสัจจ์ศาลทหารบกกลาง ให้ยกฟ้องโจทก์ ทางพิจารณาได้ความว่ามีคำสั่งทหารบกให้โจทก์ออกจากประจำการ และให้ ย. เข้ารับหน้าที่แทน ในการส่งมอบหน้าที่นี้ประจำการ และ ให้ ย. เข้ารับหน้าที่แทน ในการส่งมอบหน้าที่นี้ปรากฏว่ามีใบยืมของทหารในกรณีซึ่งได้ยืมเงินไปจ่ายทดรองในราชการ ๔๑ บาทเศษ จำเลยทั้ง ๒ จึงบังคับให้โจทก์ใช้เงินแทนใบยืมนั้นและให้ส่งเงินเดือนของโจทก์ที่ได้รับไปแล้วคืนมาด้วย แต่โจทก์ไม่ยอม จำเลยจึงกักขังโจทก์ไว้ โจทก์จึงร้องทุกข์ไปยังแม่ทัพกองทัพน้อยที่ ๑ ขอให้ปล่อย โจทก์ แม่ทัพจึงสั่งให้ จำเลยที่ ๑ ชี้แจงเหตุจำเลยที่ ๑ กลับทำรายงานเท็จเสนอแม่ทัพว่าได้กักขังโจทก์เพราะได้ถอนประกันเสียแล้ว ( ซึ่งความจริงหาได้มีประกันตัวโจทก์ในคดีเรื่องนี้ไม่ แต่จำเลยยกเอาการประกันในคดีอื่นขึ้นกล่าวอันเปนความเท็จ ) ได้ความดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามข้อหา เพราะการที่โจทก์ผู้เปนสมุหบัญชีจะต้องรับผิดใช้เงินตามใบยืมนั้นเปนความรับผิดในทางแพ่งเท่านั้น จำเลยไม่มีอำนาจจะกักขัง โจทก์ได้ แลพยานบุคคลที่จำเลยอ้างมานั้นจะยกขึ้นหักล้างพยานเอกสารไม่ได้ และการที่จำเลย+ความเท็จแจ้งต่อเจ้าพนักงานเปนการทำให้ โจทก์เสียหาย จึงให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ , ๒ กะทง คือตาม ม. ๒๗๐ กับ กฎหมายอาญาทหาร ม. ๕๐ อีกกะทงหนึ่ง ให้ปรับ ๒๐๐ บาท แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม ม. ๔๑ - ๔๒ ส่วนจำเลยที่ ๒ นั้นได้ทำไปโดยเชื่อว่าตนทำตามคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ผู้เปนผู้บังคับบัญชาโดยมีเหตุผลที่จะเชื่อได้ว่าชอบด้วยกฎหมายจึงให้ยกโทษเสียตาม ม. ๕๒ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 356/2471 ขุนสุทธิภัณฑ์รณกิจ โจทก์ พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม ที่ 1 ล. พระยาดัศกรปลาศ ที่ 2

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ขุนสุทธิภัณฑ์รณกิจ · ล. - พระยาพิชัยรณรงค์สงคราม ที่ 1 · 2 - พระยาดัศกรปลาศ ที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศรี · นรเนติ · พิพาก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 30/2511ฎีกา 632/2513ฎีกา 28/2472ฎีกา 633/2484ฎีกา 933/2473ฎีกา 1038/2485ฎีกา 475/2481ฎีกา 664/2524ฎีกา 949/2465ฎีกา 795/2469ฎีกา 1554/2521ฎีกา 417/2491ฎีกา 230/2486ฎีกา 127/2484ฎีกา 604/2482ฎีกา 77/2471ฎีกา 244/2484ฎีกา 1521/2503ฎีกา 484/2479ฎีกา 831/2478ฎีกา 161/2487ฎีกา 660/2464ฎีกา 854/2472ฎีกา 1667/2479
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา