คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2472
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เริ่มต้นด้วยการลักทรัพย์ แม้ภายหลังจะเปลี่ยนเป็นการทำร้ายเจ้าทรัพย์เพื่อหลบหนี ก็ยังคงมีความผิดฐานลักทรัพย์อยู่ และหากฟ้องว่าชิงทรัพย์ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเป็นการลักทรัพย์ ก็สามารถลงโทษฐานลักทรัพย์ได้
ย่อคำพิพากษา
เข้าไปลักทรัพย์เขาแล้วทิ้งทรัพย์วิ่งหนีไป เจ้าทรัพย์ตามทันกลับทำร้ายเจ้าทรัพย์มีผิดฐานลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย เทียบฎีกาที่ 860/2469 ฟ้องว่าชิงทรัพย์ได้ความว่าลักทรัพย์ลงโทษได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า บ.จำเลยขึ้นไปลักทรัพย์บนเรือน ช.เก็บใส่ห่อผ้า ค.ภรรยา ช.ตื่นร้องเอะอะขึ้น ม.กับพวกทิ้งห่อทรัพย์กระโดดลงเรือนหนี พอดี ช.กลับจากดูลิเกมาถึงบ้านก็วิ่งไปสะกัดจับแลตรงเข้าแทงแต่คนร้ายฟันเอาก่อน แลคนร้ายอีกคนหนึ่งซึ่งแอบอยู่ได้เข้าช่วยพวกของตนฟัน ช.มีบาดเจ็บสาหัส แล้วก็พากันหนีไป
ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๓๐๐ ตอน ๒ ประกอบด้วย ม.๖๐ ให้จำคุกคนละ ๗ ปี
ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ตัดสินว่าการลักทรัพย์กับการทำร้ายเจ้าทรัพย์เป็นกิจลักษณคนละตอน บ.จำเลยต้องมีผิด ๒ กะทงคือฐานมีพวกลักทรัพย์ในเคหะสถานเวลาค่ำคืนตาม ม.๒๙๕ ประกอบด้วย ม.๒๙๓ ข้อ ๑๑ จำคุก ๒ ปีกะทงหนึ่ง ฐานทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๖ จำคุก ๓ ปีอีกกะทงหนึ่งรวมโทษ ๒ กะทง ๕ ปี ส่วน ข.จำเลยพะยานโจทก์ไม่พอลงโทษ ให้ปล่อยตัวไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2472
อัยยการจังหวัดตรัง โจทก์
นายบัวหรือสี นายเขียว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตรัง · จำเลย - นายบัวหรือสี นายเขียว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา