คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2473
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและฐานฉ้อโกง เป็นความผิดคนละกรรมกัน การรับราชการมานานถือเป็นเหตุบรรเทาโทษที่ศาลอาจนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษหรือรอการลงโทษได้
ย่อคำพิพากษา
ทำหนังสือสำคัญปลอมไปเบิกเงินจากรัฐบาลมีผิด 2 กะทง คือ ฐานปลอมหนังสือกับฐานฉ้อโกง วิธีพิจารณาอาญาจำเลยเคยรับราชการมาตั้ง 26 ปี นับว่ามีคุณความดี ควรได้รับปราณีลดโทษ จำเลยได้รับอาญาจำคุกไม่ถึงปี ศาลอาจรอการลงอาญาไว้ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยทำหนังสือสำคัญฉะบับหนึ่งซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าเปนเท็จเพื่อรับเงิน ๑๐ บาทจากรัฐบาล และจำเลยได้รับเงินจำนวนนี้ไปเสร็จแล้ว
ศาลเดิมตัดสินให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย
ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับว่า จำเลยมีผิดตาม ม.๒๒๒-๒๒๔ กะทงหนึ่งให้จำคุก ๖ เดือน ตาม ม.๑๑๘ กะทงหนึ่งจำคุก ๑ เดือน ตาม ม.๓๐๔ อีกกะทงหนึ่งจำคุก ๓ เดือน รวมโทษจำคุกจำเลย ๑๐ เดือน ลดปราณีให้ตาม ม.๕๙ คงเหลือ ๖ เดือน แลให้รอการลงอาญาไว้ตาม ม.๔๑-๔๒
ศาลฎีกาตัดสินแก้ว่า จำเลยมีผิด ๒ กะทง คือ ฐานปลอมหนังสือ ตาม ม.๒๒๔ กะทงหนึ่ง ให้จำคุก ๖ เดือน ฐานฉ้อโกงตาม ม.๓๐๔ อีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุก ๔ เดือน รวมโทษ ๑๐ เดือน ส่วนความผิดฐานแจ้งความเท็จตาม ม.๑๑๘ เปนอันเกลื่อนกลืนกันไปตามความผิดฐานฉ้อ เพราะเปนบทที่มีโทษหนักกว่า ตาม ม.๗๐ แต่จำเลยเคยรับราชการมาช้านานถึง ๒๖ ปี นับว่ามีคุณความดีควรได้รับความปราณีตาม ม.๕๙ ลดโทษจำคุกจำเลยลงคงเหลือ ๖ เดือน และให้รอการลงอาญาไว้ตาม ม.๔๑ - ๔๒
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 271/2473
อัยยการจังหวัดตาก โจทก์
ขุนมาศมณีพันธ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดตาก · จำเลย - ขุนมาศมณีพันธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บัส · เทพ · พรหม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวง+ · ศาลอุทธรณ์ - พระยาชัยธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา