คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656-657/2474
ย่อคำพิพากษา
การที่ลูกหนี้โอนทรัพย์ให้บุคคลที่ 3 ไปโดยเสน่หาโดยตนรู้ฝ่ายเดียวว่าทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบดังนี้ แม้ผู้รับโอนจะไม่ทราบก็ดี เจ้าหนี้ก็ขอให้เพิกถอนการโอนได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้มีปัญหาว่า จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้โจทก์ โอนทรัพย์ให้แก่ผู้ร้องไปโดยเสน่หา โดยจำเลยรู้แล้วว่าขณะนั้นตนมีหนี้สิน และเป็นทางทำให้โจทก์เสียเปรียบ ส่วนผู้ร้องซึ่งเป็นผุ้รับโอนหาได้รู้ว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ด้วยไม่ดังนี้ มีปัญหาว่าโจทก์จะขอให้เพิมถอนการโอนได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลแพ่ง ม.๒๓๗ การโอนให้โดยเสน่หาเป็นแต่เพียงลูกหนี้รู้ฝ่ายเดียวว่าเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ เจ้าหนี้ก็ขอให้ศาลเพิกถอนการโอนได้ ไม่จำเป็นจะต้องวินิจฉัยว่าผู้รับโอนรู้หรือไม่ว่าผุ้โอนมีหนี้แลการโอนทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ คดีนี้โจทก์จึงมีอำนาจขอให้ศาลเพิกถอนการโอนได้ตาม ม.๒๓๗ ให้ยกคำร้องขัดทรัพย์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 656 - 657/2474
นายขอเตี๋ยน แซ่คู โจทก์
นางพราม กับพวก จำเลย
นายสำรวล ศิริพันธ์ในส่วนตัวแลผู้แทนนายเคลื่อน ศิริพัธ์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายขอเตี๋ยน แซ่คู · จำเลย - นางพราม กับพวก · ผู้ร้อง - นายสำรวล ศิริพันธ์ในส่วนตัวแลผู้แทนนายเคลื่อน ศิริพัธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นล · ศรี · หริศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | พระยาอรรถกฤต · นาย+ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา