คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2478
ย่อคำพิพากษา
เมื่อได้มีการถอนฟ้องอุทธรณ์คำพิพากษาแล้วฟ้องถือว่าคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นอันเด็ดขาดถึงที่สุด+มาร้องขอให้ดำเนินการพิจารณาอีกไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงในคดีนี้มีว่าโจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าสมคบกันปลอมหนังสือศาลสั่งให้โจทก์วางเงินค่าตรวจลายมือในเอกสารของกลางแต่โจทก์หาได้นำเงินมาในวันนัดไม่ ศาลจึงพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียโจทก์อุทธรณ์แต่แล้วก็กลับยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์อนุญาต ต่อมาโจทก์กลับยื่นคำร้องขอให้ศาลเดิมยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่อ้างว่าที่ถอนฟ้องอุทธรณ์เสียนั้นเพราะจำเลยกับพวกตกลงจะไม่ดำเนินคดีแพ่งแก่โจทก์ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
ศาลฎีกาตัดสินว่าคดีเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีคำพิพากษาเด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว จะรับพิจารณาใหม่มิได้ จึงให้ยกฎีกาโจทก์เสีย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 859/2478
นายเนียม คัมภิรานนท์ โจทก์
นายเทียม , นางไข่ , นายทองคำ , นายจรูญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเนียม คัมภิรานนท์ · จำเลย - นายเทียม , นางไข่ , นายทองคำ , นายจรูญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ดูปลาตร์ · นล · อิศร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - พระรามปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา