คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1669/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ไม่ต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาอาญา มาตรา 36
ย่อคำพิพากษา
เดิมโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จต่อศาลแล้วขอถอนฟ้องไปภายหลังมาฟ้องจำเลยใหม่หาว่าแจ้งความเท็จต่อกรมการอำเภอดังนี้ เมื่อเป็นปัญหาคนละประเด็นและเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน ก็ไม่ต้องด้วยข้อห้ามตาม ม.36 แห่งประมวลพิจารณาอาญา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมอัยยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยว่าให้การเท็จในศาลอ้าง ม.๑๕๕,๑๕๖ แต่แล้วได้ขอถอนฟ้องไป ภายหลังมายื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อีกหาว่าแจ้งความเท็จต่อกรมการอำเภอ ขอให้ลงโทษตาม ม.๑๑๘ จำเลยจึงตัดฟ้องว่าโจทก์ฟ้องจำเลยครั้งหนึ่งแล้วถอนฟ้องไปจะมาฟ้องจำเลยอีกมิได้
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่า คดีที่โจทก์ฟ้องใหม่นี้ แม้จะเป็นคู่ความอันเดียวกันก็เป็นปัญหาคนละประเด็น เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน จึงไม่ต้องด้วยข้อห้ามตาม ม.๓๖ ประมวลวิธีพิจารณาอาญา จึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไปตามกระบวนความ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1669/2479
อัยยการระยอง โจทก์
นายแดง พ้นเคราะห์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการระยอง · จำเลย - นายแดง พ้นเคราะห์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย์ · เทฟโนต์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา