คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2479
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ ถ้าทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรและถ้าเป็นความผิดก่อนประมวลวิธีพิจารณาอาญา ดังนี้ ศาลอาจลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ทางพิจารณาได้ความว่า จ.เป็นพ่อค้าขายไม้และเสา เสาได้หายไปจากโรงที่เอาไว้หลายต้น ไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายรายนี้ ต่อมา ๑ วัน มีผู้-มาบอก จ.ว่า พบเสากองอยู่ปากคูบ้านจำเลย จ. จึงนำเจ้าพนักงานไปจับได้ที่ปากคู ๒ ต้นข้างเรือนจำเลย ๑๐ ต้นกองไว้ข้างกองเดินห่างเข้าไปสัก ๒ วา จำเลยว่ามีผู้นำเอามาฝากไว้ โจทก์หาว่าจำเลยลักทรัพย์จึงขอให้ลงโทษตาม ม.๒๙๓
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำคุกจำเลย ๖ เดือนฐานรับของโจร
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรได้หรือไม่นั้น ปรากฎตามคำพะยานโจทก์ว่าไม่มีใครยืนยันว่า เสาของกลางเป็นของโจทก์แลในกรณีที่จะลงโทษฐานรับของโจรนั้น นอกจากอื่นแล้วจะต้องพิศูจน์ว่าได้มีผู้ลักเอาไปแลจับได้ที่จำเลยโดยจำเลยรับไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้ายที่ถูกลักมา แต่คดีนี้โจทก์พิศูจน์ไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2479
อัยยการฉะเชิงเทรา โจทก์
นายเหย่า แซ่ตั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการฉะเชิงเทรา · จำเลย - นายเหย่า แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระ+ · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา