คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011-1013/2481
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยอมความในความผิดต่อส่วนตัวในชั้นฎีกา ทำให้คดีเป็นอันระงับไป หากจำเลยไม่คัดค้าน
ย่อคำพิพากษา
+ความผิดต่อส่วนตัวเมื่อเจ้าทุกข์ผู้เสียหายยื่นคำร้องยอมความขอเลิกคดีในชั้นศาลฎีกา และจำเลยไม่คัดค้านดังนี้ คดีก็เป็นอันระงับ พ.ร.บ.การแพทย์ 2466 ม.19 กฎกระทรวงแห่ง พ.ร.บ.การแพทย์ ข้อ 29(2) จำเลยได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคในสาขาการนวด จำเลยรักษาคนป่วยโดยคลึงนิ้วมือนิ้วเท้าแล้วให้กราบไหว้รูปถ่ายจำเลย 27 ครั้ง พร้อมด้วยดอกไม้ธูปเทียนกล่าวคำอธิษฐานเป็นภาษามคธดังนี้ ต้องมีความผิดตามกฎหมายข้างต้น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยฉะเพาะในคดี ๓ สำนวนนี้ตามกฎหมายอาญา ม.๓๐๖ พ.ร.บ.การแพทย์ ม.๑๙ และกฎกระทรวงแห่งพระราชบัญญัตินี้ลงโทษรวมกันสำนวนละ ๖ เดือน
จำเลยฎีกา
ระหว่างฎีกาเจ้าทุกข์ทั้ง ๓ สำนวนได้ยื่นคำร้องยอมความขอเลิกแล้วคดีต่อจำเลยในความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๖ อันเป็นความผิดต่อส่วนตัว จำเลยไม่คัดค้าน จึงสั่งให้ความผิดตามมาตรานั้นเป็นอันระงับไป ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.การแพทย์นั้น ศาลฎีกาตัดสินว่าตามข้อเท็จจริง+ได้ความว่าจำเลยรักษาโรคคนป่วยโดยคลึงนิ้วมือนิ้วเท้า แล้วให้คนป่วยกราบรูปจำเลย ๒๗ ครั้งพร้อมด้วยดอกไม้ธูปรเทียนกล่าวคำอธิษฐานเป็นภาษามคธนั้นจะถือว่าอยู่ในประเภทเดียวกับการประกอบโรคในสาขาการนวดที่จำเลยได้รับอนุญาตมิได้ การกระทำของจำเลยเป็นผิดตาม พ.ร.บ.การแพทย์และกฎกระทรวงที่โจทก์อ้างมา พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๑ เดือน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011 - 1013/2481
พนักงานอัยยการ โจทก์
นายไชศรี วัฏฏราช จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - นายไชศรี วัฏฏราช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · อมาตย์ · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระยาศรี+ · ศาลอุทธรณ์ - พระสารนิติปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา