คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2482
ย่อคำพิพากษา
กล่าวหาผู้มีชื่อว่ากระทำผิดต่อเจ้าพนักงานซึ่งเป็นความเท็จนั้น เป็นความผิดตามมาตรา 158.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ได้สมคบกันแจ้งต่อนายพันตำรวจโทบรรจงว่าผู้มีชื่อหลายคนสมคบกันเพื่อจะขบฎ และได้รายงานเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดมาซึ่งเป็นความเท็จศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา ๒๘๒
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๒ สมคบกับ จำเลยที่ ๓ แกล้งกล่าวหาผู้มีชื่อด้วยความเท็จจึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๘ วรรค ๒ ซึ่งแก้ไขตามพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๗ ฉะบับที่ ๓ มาตรา ๔
จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๒ สมคบกับจำเลยที่ ๓ นำเอกความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปร้องเรียนต่อเจ้าพนักงานโดยเจาะจงผู้มีชื่อว่าได้กระทำผิด จึงมีความผิดตามมาตรา ๑๕๘ ไม่ใช่ผิดตามม.๑๑๘ ซึ่งเป็นเรื่องที่แจ้งความเท็จว่า เหตุได้เกิดขึ้นโดยมิได้เจาะจงกล่าวหาผู้ใด จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อนี้.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1365/2482
พนักงานอัยยการ โจทก์
หลวงพาหิรวาทกิจที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยยการ · จำเลย - หลวงพาหิรวาทกิจที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · อิศรภักดีธรรมวิเทต · ดูปลาตร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - พระศิลปสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปรีชาฯ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา