คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2482
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยอมความในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวนั้น เจ้าทุกข์มีสิทธิยอมความได้เสมอจนกว่าคดีจะถึงที่สุด และการยอมความที่ทำในระหว่างอุทธรณ์ก็ชอบที่จะยื่นต่อศาลอุทธรณ์ได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวซึ่งอัยยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีนั้น เจ้าทุกข์ย่อมมีสิทธิยอมความได้เสมอเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุดการยอมความนั้นทำกันในระหว่างอุทธรณืก็ชอบที่จะยื่นต่อศาลอุทธรณ์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่าจำเลยทำผิดฐานลักทรัพย์และทำให้เสียทรัพย์ สำหรับโทษฐานลักทรัพย์คดียุติแล้วแต่ศาลชั้นต้น ส่วนเรื่องทำให้เสียทรัพย์นั้น จำเลยอุทธรณ์ ในระหว่างอุทธรณ์เจ้าทุกข์ยื่นคำร้องว่าได้ยอมความกับจำเลยแล้ว ขอถอนคดีและคำร้องทุกข์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการร้องขอถอนคำร้องทุกข์นั้นเมื่อได้ร้องทุกข์ต่อใครก็ควรไปร้องขอถอนกับผู้นั้น จะมาขอถอนต่อศาลไม่ได้ พิพากษาให้ยกคำร้องเสีย
ศาลฎีกาพิพากษาว่าในคดีความผิดต่อส่วนตัวนั้นเมื่อคดียังไม่ถึงที่สุดผู้เสียหายย่อมมีสิทธิยอมความได้เสมอ และเมื่อผู้เสียหายกับจำเลยยอมความกันในระหว่างอุทธรณ์ก็ชอบที่จะยื่นต่อศาลอุทธรณ์ได้ พร้อมกันพิพากษาให้คดีเป้นอันระงับไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2482
อัยยการระยอง โจทก์
นายอิ่ม วาจาสิทธิ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการระยอง · จำเลย - นายอิ่ม วาจาสิทธิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลางกูร · นิติศาสตร์ · นิติศาสตร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา