⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 665/2482

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2482

ป.พ.พ. ม.113, 114, 1304 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อที่ดินถูกจดทะเบียนเป็นทางสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว เจ้าของที่ดินย่อมหมดกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นทันที แม้ต่อมาจะมีการออกโฉนดให้ในนามของบุคคลเดิม ก็ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิ์กลับคืนมา การอุทิศที่ดินให้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่จำเป็นต้องโอนโฉนดมอบให้แก่แผ่นดิน เพียงการแสดงเจตนาโดยแจ้งชัด เช่น บอกความจำนงแก่เจ้าหน้าที่ หรือจดทะเบียนในหน้าโฉนด ก็เพียงพอแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เจ้าของที่ดินจดทะเบียนที่ดินของ+ให้เป็นทางสาธารณแล้ว+หมดกรรมสิทธิ แม้เจ้าหน้าที่จะออกโฉนดให้ในนามของ+ถือกรรมสิทธิเป็นเจ้าของภายหลังต่อมาก็ตามก็ไม่ทำให้ได้กรรมสิทธิกลับคืนมา อ้าง ฎีกาที่ 662/2470,332/2475,538/2469 และ 497/2473 การอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณะหรือทางหลวงนั้นไม่จำต้องโอนโฉนดมอบให้แก่แผ่นดิน เพียงการอุทิศโดยแจ้งชัด เช่นบอกความจำนงแก่เจ้าหน้าที่หรือจดทะเบียนในหน้าโฉนดก็เป็นการเพียงพอ การที่อสังหาริมทรัพย์กลายสภาพเป้นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินตามประมวลแพ่งฯ ม.1304 แล้วจะกลับมาตกได้แก่เอกชนอีก+แต่โดยอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติไว้ใน ม.1305 เท่านั้น พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่กฎหมายที่ก่อตั้งกรรมสิทธิให้แก่ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเจ้าของที่ดินที่จักถูกเวนคืนการที่บุคคลมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินที่จะถูกเวนคืนใน พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์นั้นมิใช่ข้อสันนิษฐานโดยเด็ดขาดว่าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินนั้นเสมอไป ข้อตกลงของเจ้าพนักงานที่ยอมให้ค่าทำขวัญแก่บุคคลซึ่งมิได้เป็นเจ้าของที่ดินที่ต้องถูกเวนคืนนั้นเป็นโมฆะตาม ม.113 แห่งประมวลแพ่งฯ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ม.10 ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ม.11 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.25 พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2477 ม.27

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1305 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๔๘๘๓ ซึ่งเป็นถนนระนอง โจทก์ได้ไปจดทะเบียนเป็นทางสาธารณะไว้แล้วเมื่อได้มี พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างท่าเรือ เนื้อที่ในถนนที่จดทะเบียนเป็นทางสาธารณะนี้อยู่ในเขตต์ที่จะต้องเวรคืนด้วย และในบัญชีรายชื่อเจ้าของที่ดินท้ายพระราชบัญญัติก็มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดที่ ๔๘๘๓ นี้ โจทก์ฟ้องเรียกค่าทำขวํยตามที่อนุญาโตตุลาการชี้ขาดจากจำเลย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่า ปรากฎตามข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นทางสาธารณะแต่ในหน้าโฉนดโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ ปัญหาจึงมีว่าเอกชนถือกรรมสิทธิที่ดินที่เป็นทางสาธารณะได้หรือไม่ และทางสาธารณะรายพิพาทนี้จะเป็นทางหลวงตาม ม.๑๓๐๔ แห่งประมวลแพ่งฯ หรือไม่ เพราะถ้าเป็นทางหลวงแล้วก็เป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินจะเป็นของเอกชนไม่ได้ เรื่องทางสาธารณะนี้คำพิพากษาฎีกาที่ ๖๖๒/๒๔๗๐,๓๓๒/๒๔๗๕ และ ๕๓๘/๒๔๖๙ ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่าเจ้าของที่ดินอุทิศที่ดินของตนให้เป็นทางสาธารณะแล้วก็หมดกรรมสิทธิ จริงอยู่คดีนี้แม้เจ้าพนักงานจะออกโฉนดให้โจทก์ภายหลังที่โจทก์จดทะเบียนเป็นทางสาธารณะก็ดีตามนัยฎีกาที่ ๔๙๗/๒๔๗๓ ก็ไม่ทำให้โจทก์กลับมีกรรมสิทธิในที่ดินที่ได้อุทิศไปแล้วนั้นอีกเมื่อโจทก์ได้อุทิศที่รายพิพาทให้เป็นทางสาธารณะและสาธารณชนได้ใช้สัญจนไปมาแล้ว โจทก์ย่อมไม่ใช่เจ้าของที่รายพิพาทต่อไป โจทก์จึงไม่มีอำนาจเรียกค่าทำขวัญได้ การที่พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ระบุชื่อโจทก์เป็นเจ้าของที่รายพิพาทนั้นก็เมื่อปรากฎว่าที่รายพิพาทเป็นทางสาธารณะหรือทางหลวงอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้ว โจทก์จะได้สิทธิคืนมาก็แต่โดยอำนาจตาม ม.๑๓๐๕ เท่านั้น การที่มีชื่อโจทก์ในบัญชีท้าย พ.ร.บ.เป็นเพียงข้อสันนิษฐานไว้ก่อนเพื่อความสะดวกที่เจ้าหน้าที่จะติดต่อดำเนินการให้ค่าทำขวัญเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการเด็ดขาดว่าผู้นั้นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิเสมอไปจะเห็นได้จาก ม.๒๕,๒๗ ว่าถ้ามีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิก็ให้นำคดีสู้ศาลวินิจฉัยได้ ฉะนั้น พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ใช่กฎหมายที่ก่อตั้งกรรมสิทธิแก่ผู้มีรายชื่อเป็นเจ้าของที่ดินที่จะถูกเวนคืน โจทก์อ้างอีกว่าจำเลยได้ตกลงจะจ่ายค่าทำขวัญให้แก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการแล้วจะกลับไม่ยอมชำระไม่ได้ในข้อนี้ปรากำว่าอนุญาโตตุลาการชี้ขาดฉะเพาะเรื่องราคามิได้ชี้ชาด ว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินรายพิพาทแล้ว จำเลยก็ย่อมไม่มีอำนาจให้ค่าทำขวัญแก่โจทก์ตาม ม.๑๑ พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ข้อตกลงใดที่จำเลยยอมให้ค่าทำขวัญแก่โจทก์ย่อมเป็นโมฆะตามประมวลแพ่งฯ ม.๑๑๓ จึงพิพากษายืนตามศาลล่างให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2482 พระยาประดิพัทธภูบาล โจทก์ กระทรวงเศรษฐการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พระยาประดิพัทธภูบาล · จำเลย - กระทรวงเศรษฐการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิติศาสตร์ · อิศร · เทฟโนต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1360/2555ฎีกา 13566/2558ฎีกา 609/2522ฎีกา 2775/2541ฎีกา 2908/2523ฎีกา 548/2522ฎีกา 4873/2528ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3583/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 2657/2534ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 3024/2528ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3803/2538ฎีกา 3053/2527ฎีกา 824-825/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา