คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 469/2483
ย่อคำพิพากษา
ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วสำนวนหนึ่งภายหลังได้พิพากษาให้ลงโทษจำเลยอีกสำนวนหนึ่ง โดยให้นับโทษแต่วันต้องขังในคดีหลังเช่นนี้ ไม่เป็นการผิดมาตรา 32
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เดิมโจทก์ฟ้องและศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้วสำนวนหนึ่ง ภายหลังโจทก์ได้ยื่นฟ้อง จำเลยในข้อหาอย่างเดี่ยวกันเป็นคดีนี้ขั้นอีกสำนวนหนึ่ง
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามมาตรา ๓๑๔ มีกำหนด ๒ เดือนให้นับโทษแต่วันต้องขังในคดีนี้
โจทก์อุทธรณ์ขอให้นับโทษจำเลยจากสำนวนเดิม
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นให้นับโทษจำเลยแต่วันต้องขังในคดีนี้มีมาตรา ๓๒ สนับสนุนพิพากษายืนตามโจทก์ฎีกาว่าที่ ศาลล่างสั่งให้นับโทษจำเลยแต่วันต้องขังในคดีนี้ น่าจะเป็นผิดความมุ่งหมายของมาตรา ๓๒
ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นับโทษจำเลยวันต้องขังในคดีนี้ ตรงตามข้อความที่บัญญัติไว้ในตอนต้นแห่งมาตรา ๓๒ จริงอยู่ข้อความตอนท้ายแห่งมาตรา นี้ให้ศาลมีอำนาจใช้ดุลยพินิจที่จะสั้งให้นับเป็นอย่างอื่นได้แต่ศาลล่างใช้ดุลยพินิจแล้วว่าไม่ควรนับอย่างอื่นจึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 469/2483
อัยยการขอนแก่น โจทก์
นายคำ บุตร์ไทย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการขอนแก่น · ล. - นายคำ บุตร์ไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเศษ · นิติศาสตร์ · พลางกูร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา