⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 702/2483

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2483

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องในคดีซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสิบปี ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162 (2) และหากศาลสงสัยว่าคำเบิกความในคดีก่อนมิใช่ข้อสำคัญ อาจเรียกสำนวนมาดูในฐานะพยานของศาลได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 228

ย่อคำพิพากษา

คดีซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสิบปี เมื่อฟ้องโจทก์ระบุความผิดไว้ชัดแจ้ง และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลก็พิพากษาลงโทษจำเลยได้คดีเบิกความเท็จ ถ้าศาลสงสัยว่าคำเบิกความในคดีก่อนจะมิใช่ข้อสำคัญก็อาจเรียกสำนวนมาดูในฐานเป็นพะยานของศาลได้ตาม ประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 228

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.228 ประมวลกฎหมายอาญา ม.156 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณะอาญา พ.ศ.2477 (ฉบับที่ 4) ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จต่อศาลในข้อใหญ่ใจความในคดีดำที่ ๓๘๑/๒๔๘๓ ขอให้ลงโทษตามกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๖ พรบ แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายอาญา ๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๓) มาตรา ๔ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลจังหวัดพิจิตร์เห็นว่าโจทก์มิได้อ้างสำนวนคดีอาญาดำที่ ๓๘๑/๒๔๘๓ มาเป็นพะยานคดีไม่พอชี้ขาดว่าจำเลย ได้เบิกความในเรื่องนั้นเป็นข้องสำคัญแห่งคดีหรือไม่ อนึ่งแม้ศาลจะเรียกสำนวนในคดีเรื่องนั้นมาประกอบการวินิจฉัยในฐานเป็นพะยานของศาลโดย โจทก์มิได้อ้างถึงได้ก็ดีแต่เมื่อฟ้องและคำให้การไม่พอจะจะลงโทษจำเลยแล้ว ศาลจะเรียกสำนวนนั้นมาเพื่อเป็นพะยาน ลงโทษจำเลยมิได้ จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดว่า คำเท็จที่ จำเลยเบิกต่อศาลเป็นข้อใหญ่ใจความในคดีและจำเลยก็รับสารภาพโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ศาลก็พิพากษาได้โดยไม่ต้องฟังพะยานอะไรประกอบอีกตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๖ หากศาลสงสัยว่าจะมิใช่ข้อสำคัญในคดี อาจเรียสำนวนมาดูได้เมื่อเห็นว่ามิใข่ข้อสำคัญในคดีก็ย่อมพิพากษายกฟ้องได้ แต่จะยกฟ้องเพราะ โจทก์มิได้อ้างสำนวนเดิมไม่ได้ จึงพิพากษากลับศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ โจทก์อ้าง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อคดีนี้มิใช่คดีซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ ๑๐ ปี ขึ้นไป ฟ้องของโจทก์ระบุความผิดของ จำเลยไว้ชัดแล้ว และจำเลยก็ให้การรับสารภาพ ก็ไม่มีอะไรที่ โจทก์ต้องสืบอีกคดีลงโทษจำเลยได้แล้ว แต่ค้าศาบระแวงว่าคำเบิกความเท็จในคดีเรื่องก่อนจะไม่สำคัญก็อาจเรียกมาดูได้ แต่มิใช่เพื่อ ลงโทษจำเลยเพราะตามฟ้องและคำให้การก็พอลงโทษจำเลยได้อยุ่แล้ว และชั้นนี้จำเลยก็มิได้เถียงว่า ไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2483 อัยยการพิจิตร์ โจทก์ นายพรม ยิ้มแฉ่ง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการพิจิตร์ · ล. - นายพรม ยิ้มแฉ่ง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทธิอรรถนฤมนตร์ · อิศร · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ++ · ศาลอุทธรณ์ - ++
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 30/2471ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 1901/2521ฎีกา 16889/2555ฎีกา 4545/2531ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 4018/2542ฎีกา 6079/2540ฎีกา 3779/2543ฎีกา 766/2491ฎีกา 5676/2533ฎีกา 614/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา