⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1041/2484

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2484

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. พินัยกรรมที่ตั้งทรัสต์ก่อนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย แม้จะกำหนดห้ามขายทรัพย์สินและให้ญาติอยู่อาศัยพร้อมมีผู้ปกครองทรัพย์ 2. เจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินจะทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินด้วยตนเองไม่ได้ 3. การที่ผู้ปกครองทรัพย์ซึ่งมีส่วนเป็นเจ้าของในที่ดินทำการรังวัดแบ่งแยกที่ดินด้วยตนเอง ไม่เป็นเหตุให้ถูกถอดถอนจากการเป็นผู้ปกครองทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

ทำพินัยกรรม์ตั้งตรัสต์ก่อนประมวลแพ่ง ฯ บรรพ 6 ห้ามไม่ให้ขายทรัพย์โดยให้ญาติอยู่อาศัยและมีหัวหน้าปกครองนั้น นับว่าสมบูรณ์ตามกฎหมาย ผู้มีชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของร่วมกับผู้อื่นจะรังวัดแบ่งที่ดินเอาเองไม่ได้ ผู้ปกครองทรัพย์ซึ่งมีส่วนเป็นเจ้าของในที่ดินได้รังวัดเพื่อแบ่งที่ดินเอาเองนั้นยังไม่เป็นเหตุให้ถอดถอนจากเป็นผู้ปกครองทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1364 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1686 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1727

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ได้ความว่าพระยาสีหราชฤทธิ์ไกรทำพินัยกรรม์ยกทรัพย์ทั้งหมดให้แก่จำเลย เว้นแต่ที่ดินโฉนดที่ ๑๗๑๒ ระบุไว้ว่า บุตร์และญาติอยู่มาอย่างไรให้อยู่ไปอย่างนั้น ให้จำเลยเป็นหัวหน้าปกครอง ห้ามมิให้ซื้อขาย เว้นแต่ทางราชการต้องการซื้อ ได้เงินเท่าไรแบ่งกันระหว่างบุตร์ ๕ คนตามส่วนดังระบุไว้ ที่ดินรายนี้มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของในโฉนดด้วยพระยาสีหราชฤทธิไกรตายเมื่อปี ๒๔๗๐ ต่อมาจำเลยรังวัดจะแบ่งที่รายนี้ตอนเหนือเป็นของจำเลย โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลอบลงชื่อของจำเลยในโฉนดโดยทุจริต ขอให้ถอนชื่อจากโฉนดและถอดถอนจากเป็นหัวหน้าปกครองและว่าข้อกำหนดพินัยกรรม์เป็นโมฆะ ขอให้แบ่งที่ดิน ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยมีชื่อในโฉนดโดยชอบ ข้อกำหนดในพินัยกรรม์เป็นการตั้งตรัสต์ ผลแห่งตรัสต์จะสิ้นสุดเมื่อสิ้นสุดชีวิตผู้รับประโยชน์กับต่อไปอีก ๒๐ ปีตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๓๖/๒๔๘๑ แต่การนำรังวัดเพื่อแบ่งที่ดินของจำเลยเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลแพ่งมาตรา ๑๓๖๔ จึงพิพากษาห้ามจำเลยทำการแบ่งแยก คำขอนอกนั้นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยมีชื่อในโฉนดโดยทำทุจริต จึงพิพากษาให้ถอนชื่อจำเลยจากโฉนด และถอดจากเป็นหัวหน้าครอบครอง โจทก์ฎีกา จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ศาลอนุญาตให้จำเลยอ้างพะยานเพิ่มเติมเมื่อสืบพะยานโจทก์แล้วนั้น ทำได้ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๘๗ วรรค ๒ ส่วนข้อกำหนดในพินัยกรรม์ไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนและฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีชื่อในโฉนดโดยชอบ เห็นว่าไม่มีเหตุที่จะถอดถอนจำเลยจากเป็นหัวหน้าปกครองตามพินัยกรรม์ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2484 นางไสว อัคนิทัต นางสาวรื่นรวย สีสอุไร โจทก์ ขุนเทพวิหาร จำเลย นายอ่อน สีหอุไร ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางไสว อัคนิทัต นางสาวรื่นรวย สีสอุไร · จำเลย - ขุนเทพวิหาร · ผู้ร้อง - นายอ่อน สีหอุไร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อิศร · ลัดพลีธรรมประคัลภ์ · วิเศษ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชวน สิง+ · ศาลอุทธรณ์ - พระนนทปัญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 3245/2534ฎีกา 2307/2518ฎีกา 1197/2530ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 2503/2523ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 254/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 2752/2537ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 1228/2539ฎีกา 3583/2524ฎีกา 5647/2537ฎีกา 2657/2534ฎีกา 39/2524ฎีกา 866/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา