คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2485
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถานเพื่อข่มขืนกระทำชำเรา เป็นความผิดอาญาแผ่นดินเพียงกระทงเดียว การยอมความในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา จึงมีผลครอบคลุมถึงความผิดฐานบุกรุกซึ่งเป็นกรรมเดียวกันด้วย
ย่อคำพิพากษา
บุกรุกเข้าไปในเคหะสถานเพื่อข่มขืนทำชำเรานั้น เป็นความผิดกะทงเดียว ทำยอมเลิกคดีเรื่องข่มขืนกระทำชำเรา ย่อมหมายความรวมตลอดถึงความผิดฐานบุกรุกซึ่งเป็นกรรมอันเดียวกันด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเคหะสถานแล้วพยายามข่มขืนกระทำชำเราโจทก์จำเลยแถลงว่า คดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวโจทก์ได้ทำสัญญายอมเลิกความแก่จำเลยจะมาฟ้องคดีไม่ได้ ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ได้ยอมเลิกความกับจำเลยแล้วในความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราแต่ไม่+ความถึงเรื่องบุกรุกเคหะสถานจึงลงโทษจำเลยตามกฏหมายอาญามาตรา ๓๒๙ วรรค ๒
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าหนังสือสัญญาซึ่งโจทก์ยอมเลิกความเรื่องนี้กับจำเลยเป็นสัญญาที่ใช้ได้ตามกฏหมายเรื่องนี้การที่จำเลย บุกรุกก็เพื่อเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ นับเป็นกรรมอันเดียวกันซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายหลายบทไม่ใช่เป็นการละเมิดกฎหมายหลายกะทงและความผิดฐานบุกรุกและฐานข่มขืนกระทำชำเราก็เป็นความผิดต่อส่วนตัวด้วยกัน เมื่อหนังสือสัญญายอมเลิกคดีนั้นใช้ได้ ก็ต้องถือว่ายอมเลิกคดีทั้งเรื่อง โจทก์จะมาฟ้องคดีเรื่องนี้อีกไม่ได้ จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์โดยสิ้นเชิง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 44/2485
นางสิ้น มูลิกะนุเคราะห์ โจทก์
นายช่วง บุญสนิท จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสิ้น มูลิกะนุเคราะห์ · จำเลย - นายช่วง บุญสนิท |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อิศรภักดีธรรมวิเทต · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · ธรรมบัณฑิต |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายสวัสดิ์ + · ศาลอุทธรณ์ - พระนาถปรีชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา