คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2485
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องว่าซื้อที่จำเลยและครอบครองมา 10 ปีเสสจำเลยต่อสู้ว่ามิได้ขาย แต่ได้ตกลงว่าโจททำนาได้เท่าไดต้องแบ่งครึ่ง เช่นนี้เปนหน้าที่จำเลยต้องนำสืบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่าได้ซื้อที่ดินจากจำเลยและครอบครองมาเปนเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว ต่อมาจำเลยเข้าไปไถหว่าน ขอไห้ห้าม.
จำเลยไห้การว่ามิได้ขายที่ไห้แก่โจท แต่ได้ตกลงกันเมื่อ ๗ ปีมานี้ว่าโจททำได้มากน้อยเท่าได ต้องแบ่งไห้จำเลยครึ่งหนึ่ง
ชั้นพิจารนาคู่ความรับกันว่าที่แปลงนี้เปนที่มือเปล่า ไม่มีหนังสือสำคันสำหรับที่ ทั้งสองฝ่ายไม่สืบพะยาน.
สาลอุธรน์พิพากสายืนตามสาลชั้นต้นไห้โจทชนะคดี.
สาลดีกาเห็นว่าจำเลยมีหน้าที่ต้องนำสืบสแดงไห้เห็นว่าได้ตกลงไห้โจททำแบ่งผลประโยชน์ดังข้ออ้างก่อน เพราะการที่โจทได้ครอบครองที่ตลอดมานั้นย่อมถือว่าโจทเปนเจ้าของหยู่แล้วตามประมวนแพ่งฯ มาตรา ๑๓๖๗-๑๓๖๙ เมื่อจำเลยไม่นำสืบก็ต้องเปนฝ่ายแพ้ จึงพิพากสายืนตาม
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 915/2485
นายไบ ท้วมแก้ว โจทก์
นางพัน ปุทมานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไบ ท้วมแก้ว · จำเลย - นางพัน ปุทมานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ว.จ. นิติสาตรไพสาล · อ.ช. เพ็นชาติ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | สาลชั้นต้น - นายพยุง วัธนวิกย์ลัม · สาลอุธรณ์ - นายชุม มัธยมจัทร์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา