คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานในประเด็นที่ตนมีภาระการพิสูจน์ ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยให้ฝ่ายจำเลยชนะคดีได้
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลย จำเลยไห้การว่าทรัพย์พิพาทนี้เดิมเปนของโจทจิง แต่ได้ขายไห้จำเลยและชำระ+แล้ว เมื่อโจทไม่สืบพยานจำเลยก็เปนฝ่ายชนะ
(อ้างดีกา 1541/2482)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทฟ้องว่า โจทวานจำเลยไห้นำเครื่องเรือนรวมราคา ๒๒๗ บาท ไปฝากเจ้าอาวาสวัดกะวิสราราม พายหลังจำเลยไปเอาของนั้นคืนมาเปนของตนเสียโดยกล่าวว่าโจท+ไห้ซึ่งไม่ไช่ความจิง จึงขอบังคับไห้จำเลยคืนของ
จำเลยไห้การว่า ทรัพย์รายนี้เปนของโจทจิง แต่ต่อสู้ว่า โจทได้ขายไห้จำเลยเปนเงิน ๑๐๐ บาท จำเลยชำระราคาไห้โจทแล้ว
คู่ความรับกันว่า ทรัพย์หยู่ที่จำเลยและต่างแถลงไม่สืบพยาน
สาลชั้นต้น พิพากสาไห้จำเลยส่งทรัพย์ไห้โจท
จำเลยอุธรน์ สาลอุธรณ์พิพากสากลับไห้ยกฟ้องโจท
โจทดีกา สาลดีกาเห็นว่าคดีนี้โจทจำเลยรับกันว่าไครครอบครองผู้นั้นเปนเจ้าของ โจทเปนฝ่ายที่มิได้ครอบครอง เมื่ออ้างว่าเปนเจ้าของโดยมิได้ขายไห้แก่จำเลยโจทก็มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ตามฟ้อง เมื่อโจทไม่นำพิสูจน์โจทก็ต้องแพ้คดีตามนัยคำพิพากสาดีกาที่ ๑๕๔๑/๒๔๘๒ จึงพิพากสายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2486
นางลมุน เสยะเวส โจทก์
นายบุณ สืบศรี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางลมุน เสยะเวส · จำเลย - นายบุณ สืบศรี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ธ.บุนยะปานะ. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายกริด สารสาส · ศาลอุทธรณ์ - นายนาถ นาถประชา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา