คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2487
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์อ้างว่ากู้เงินและมอบที่ดินให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้แต่เป็นการซื้อขายและครอบครองปรปักษ์ หน้าที่นำสืบก่อนจึงตกแก่โจทก์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่ากู้เงินแล้วมอบที่มือเปล่าให้จำเลยทำต่างดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า ไม่ได้กู้แก่โจทก์ขายให้และจำเลยได้ครอบครองมากว่าสองปีแล้ว ดังนี้ หน้าที่นำสืบก่อนตกอยู่แก่โจทก์ เมื่อไม่สืบพยานโจทก์ก็ต้องแพ้คดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เอาเงินของจำเลยไปแล้วมอบที่ปลูกไม้โกงกางให้ทำต่างดอกเบี้ย บัดนี้โจทก์เอาเงินไปไถ่ จำเลยไม่ยอม จึงให้ศาลบังคับ
จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ขายให้จำเลย ๆ ให้นายเปรื่อง เข้าครอบครองสองปีกว่าแล้ว
โจทก์จำเลยต่างแถลงตามฟ้องและคำให้การแล้วไม่สืบพยาน
ศาลชั้นต้นเห็นว่าหน้าที่นำสืบตกจำเลย เมื่อจำเลยไม่สืบก็ต้องแพ้คดี จึงพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องของโจทก์และเถียงว่าได้ครอบครองที่อยู่มีสิทธิดีกว่าโจทก์เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน คดีของโจทก์ก็ต้องแพ้ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1037/2487
นายเหลียม จันน้อย โจทก์
นางช้อย ลิเธียรฉาย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเหลียม จันน้อย · จำเลย - นางช้อย ลิเธียรฉาย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ · ชม จามรมาน · อ.นิติพน. |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นาย ส. สุทธิภาสน์นฤพนธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร ชัยประชา สุนทโรทัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา