คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 445/2489
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อกำหนดในพินัยกรรมที่มอบอำนาจให้บุคคลใดมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแบ่งทรัพย์สินให้แก่ทายาทตามที่เห็นสมควรนั้น เป็นโมฆะ
การวินิจฉัยความสามารถของผู้ทำพินัยกรรมให้ใช้กฎหมายขณะทำพินัยกรรม ส่วนผลของพินัยกรรมให้ใช้กฎหมายขณะผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย
ย่อคำพิพากษา
ข้อกำหนดในพินัยกรรม์ที่มอบให้บุคคลใดเป็นผู้ปกครองทรัพย์จะจัดแบ่งให้แก่ใครเท่าใดแล้วแต่ผู้นั้นจะเห็นสมควรนั้น เป็นโมฆะตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา 1706 ข้อ 3
ถ้ามีปัญหาเกี่ยวด้วยความสามารถของผู้ทำพินัยกรรม์ต้องใช้กฎหมายในขณะที่ทำพินัยกรรมบังคับ แต่ถ้าเป็นปัญหาในเรื่องผลของพินัยกรรม์ ศาลต้องใช้กฎหมายในขณะที่พินัยกรรม์นั้นมีผลบังคับ คือในเวลาที่ผู้ทำพินัยกรรม์ตาย
ปัญหาว่าข้อกำหนดในพินัยกรรม์เป็นโมฆะหรือไม่นั้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่ได้ว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ก็หยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์นอกพินัยกรรม์จากจำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยวินิจฉัยว่า ข้อกำหนดในพินัยกรรมข้อ ๓ ซึ่งมีข้อความว่า " ทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้า ซึ่งมิได้กล่าวในพินัยกรรม์นี้ ข้าพเจ้าขอมอบให้นางละเวงภรรยาข้าพเจ้าปกครองรักษาพร้อมกับนางชุ่มน้องสาวข้าพเจ้า แล้วแต่พร้อมกันเห็นสมควรจัดแบ่งกับบุตร์ข้าพเจ้าผู้ใดก็ได้ " นั้นตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา ๑๗๐๖ ข้อ ๓ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาคงเห็นด้วยกับข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า ข้อกำหนดในพินัยกรรม์ข้อ ๓ นี้เป็นโมฆะโดยบทกฎหมายดังกล่าวมาแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยค้านว่า ผู้ตายทำพินัยกรรม์ฉะบับนี้ไว้ก่อนประกาศใช้ประมวลแพ่ง ฯ บรรพ ๖ แม้จะมาตายภายหลังใช้ประมวลแพ่งฯ บรรพ ๖ แล้วก็ดี ก็นำประมวลแพ่งบรรพ ๖ มาใช้บังคับไม่ได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่าถ้าเป็นปัญหาในเรื่องความสามราถของผู้ทำพินัยกรรม์ ก็ต้องใช้กฎหมายในขณะที่ทำพินัยกรรม์นั้นมาใช้บังคับตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๑๖๕๔ แต่ในคดีนี้เป็นปัญหาในเรื่องผลของพินัยกรรม์ จึงต้องใช้กฎหมายในขณะที่ทำพินัยกรรมนั้นมีผลบังคับคือ ในเวลาที่ผู้ทำพินัยกรรม์ตาย ตามประมวลแพ่ง ฯ ม.๑๖๗๓ และในข้อที่ว่า ปัญหาข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแต่ศาลชั้นต้น ก็เห็นว่าปัญหาในเรื่องนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เพราะกฎหมายบัญญัติว่าเป็นโมฆะ ศาลอุทธรณ์จึงยกขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 445/2489
นางชะงาย ผิวนิน กับพวก โจทก์
นางละเวง เปาริก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางชะงาย ผิวนิน กับพวก · จำเลย - นางละเวง เปาริก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · ชัยประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงศิริศาสตร์ประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - พระนนท์ปัญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา