⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 65/2489

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2489

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* จำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดให้ตนแพ้ แต่ได้กล่าวในคำแก้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ต้องยกขึ้นพิจารณาโดยไม่ถือว่าประเด็นนั้นยุตติแล้ว * การสืบพยานบุคคลเพื่ออธิบายว่าผู้จัดการร้านเป็นตัวแทนของเจ้าของร้าน ไม่เป็นการสืบแก้เอกสาร * ผู้จัดการร้านสาขามีอำนาจทำสัญญาขายสินค้าในร้านได้โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของร้าน * หากผู้ซื้อไม่ทราบข้อจำกัดในการมอบอำนาจให้ผู้จัดการร้านขายสินค้าเฉพาะเงินสด เจ้าของร้านจะยกข้อจำกัดนั้นขึ้นต่อสู้กับบุคคลภายนอกไม่ได้ * ผู้ขายไม่สามารถอ้างเหตุสุดวิสัยเพื่อพ้นความรับผิดตามสัญญาได้ หากไม่ได้ดำเนินการขออนุญาตต่อทางการเพื่อขายสินค้าตามที่กฎหมายกำหนด * การที่กระดาษอยู่ในความครอบครองของหน่วย

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์แล้วโจทก์อุทธรณ์ฝ่ายเดียว จำเลยไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นชี้ขาดให้จำเลยแพ้ แต่จำเลยได้กล่าวในคำแก้อุทธรณ์ ดังนี้ศาลอุทธรณ์ต้องยกขึ้นพิจารณาจะถือว่าประเด็นนั้นยุตติแล้วไม่ได้ คำฟ้องอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์ก็เป็นคำฟ้องและคำให้การตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.1 (3) และ (4) ในสัญญาระบุชื่อและระบุว่าผู้จัดการร้านนั้นอาจแสดงว่ามีหน้าที่อะไรหรือแสดงว่าทำในฐานะผู้จัดการร้านซึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าของร้านก็ได้ ฉะนั้นอีกฝ่ายหนึ่งนำพะยานบุคคลมาสืบว่าผู้นั้นเป็นตัวแทนของเจ้าของร้านก็ได้ ไม่เป็นการสืบแก้เอกสาร แต่เป็นการสืบอธิบาย คนในร้านค้าของจำเลยทำสัญญาขายกระดาษจำเลยรับว่าผู้นั้นเป็นผู้จัดการร้านค้าของจำเลยซึ่งค้ากระดาษและเครื่องเขียนนั้นมีอำนาจในการค้าในวงเขตต์ของร้านสาขานั้น ผู้จัดการร้านสาขามีอำนาจทำสัญญาขายสินค้าในร้านนั้นเป็นราคามากๆได้โดยไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของร้าน การที่เจ้าของร้านมอบอำนาจให้ผู้จัดการร้านสาขาขายของแต่ฉะเพาะเงินสดนั้นถ้าผู้ทำสัญญาซื้อของไม่รู้ความข้อนี้ เจ้าของร้านจะยกความข้อนี้ขึ้นต่อสู้บุคคลภายนอกไม่ได้ คณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคในภาวะคับขันสั่งควบคุมกระดาษและห้ามไม่ให้จำหน่ายแก่ผู้ใดนั้น แต่เจ้าของขายอาจขออนุญาตขายได้นั้น ถ้าผู้ทำสัญญาขายกระดาษไม่ส่งกระดาษให้ผู้ซื้อโดยไม่ขออนุญาตต่อทางการเพื่อขาย ผู้ขายก็อ้างเหตุดั่งกล่าวนั้นเพื่อให้พ้นความรับผิดตามสัญญาในฐานเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ ทำสัญญาขายกระดาษให้แก่กรมๆหนึ่ง แล้วไม่ส่งกระดาษตามสัญญานั้นจะอ้างว่ากระดาษอยู่ในความครอบครองขององค์การรัฐบาลซึ่งต่างกรมมาแก้ตัวความรับผิดสัญญาไม่ได้ การที่ลูกหนี้ไม่มีเงินชำระหนี้ ไม่ทำให้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ พฤตติการณ์ที่แสดงว่าการโต้ตอบกันไม่มีการตกลงกันอย่างใหม่พฤตติการณ์ที่แวดล้อมเกี่ยวแก่การพิจารณาว่าจะควรลดเบี้ยปรับตามสัญญาหรือไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.1 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.235 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.237 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.219 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.380 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.381 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.801 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.821 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.822

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานผิดสัญญาขายกระดาษ ขอให้จำเลยใช้เบี้ยปรับและบังคับให้ส่งกระดาษ ๑๕๐๐ ริมตามสัญญา จำเลยต่อสู้หลายประการ ศาลแพ่งฟังว่า จำเลยเชิดนายฮะกิมเป็นตัวแทนในการทำสัญญาจำเลยจึงต้องรับผิด แต่จำเลยส่งกระดาษให้โจทก์ไม่ได้เป็นเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อที่ศาลแพ่งฟังว่านายฮะกิมเป็นตัวแทนจำเลย จำเลยไม่อุทธรณ์จึงฟังเป็นยุตติ แล้วฟังว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา พิพากษาให้จำเลยใช้ต้องเบี้ยปรับฐานผิดสัญญาวันละ ๕๐ บาท ตั้งแต่วันผิดสัญญาจนกว่าจะชำระค่าปรับเสร็จ กับให้ส่งกระดาษให้โจทก์ ๑๕๐๐ ริม ราคาริมละ ๑๒ บาท ๕๐ สตางค์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อฎีกาของจำเลยคือ ๑. ฎีกาในเรื่องตัวแทนเกี่ยวกับข้อที่ศาลอุทธรณ์ถือว่าประเด็นยุตตินั้น ได้ความว่าในคำชี้แจงแก้อุทธรณ์ของจำเลยได้เสนอให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นข้อนี้ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยประเด็นในข้อนี้มิชอบ เพราะจำเลยชนะคดีแล้วจะหวังให้จำเลยอุทธรณ์คัดค้านอย่างไรอีก การตั้งประเด็นในศาลอุทธรณ์นั้น คู่ความอาจตั้งได้ทั้งฟ้องในอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์เช่นเดียวกับคำฟ้องและทำให้การในศาลชั้นต้น เพราะคำฟ้องอุทธรณ์ก็เป็นคำฟ้อง และคำแก้อุทธรณ์ก็เป็นคำให้การตาม ป.ม.วิ.แพ่ง.ม.๑ (๓) - (๔) ผิดกันแต่ว่าในชั้นอุทธรณ์จะตั้งประเด็นใหม่ไม่ได้ สัญญาที่นายฮะกิมทำกับโจทก์ไม่มีระบุว่านายฮะกิมเป็นตัวแทนของจำเลย มีแต่ว่านายฮะกิมผู้จัดการร้านสาขา เอ.อาร์ซาเลบาย อาจเป็นการลงตำแหน่งผู้จัดการไว้เพื่อแสดงว่ามีหน้าที่อะไรหรือเพื่อแสดงว่าทำในฐานะผู้จัดการร้านซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยผู้เป็นเจ้าของร้านก็ได้ ฉะนั้นการนำสืบว่า นายฮะกิมเป็นตัวแทนของจำเลยในฐานะการทำสัญญานี้ จึงไม่ต้องห้ามเพราะเป็นการสืบอธิบายตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา ๙๔ จำเลยรับว่านายฮะกิมเป็นผู้จัดการร้านของจำเลยซึ่งค้ากระดาษและเครื่องเขียนเป็นการรับอยู่ในตัวว่าในการค้าของร้านสาขานั้น นายฮะกิมเป็นตัวแทนของจำเลยมีอำนาจในการค้าภายในวงเขตต์ของร้านสาขานั้นแม้ไม่ได้ทำหนังสือมอบอำนาจแต่ก็เป็นการแสดงต่อคนภายนอกว่านายฮะกิมเป็นตัวแทนของจำเลยในร้านสาขานั้น ข้อที่จำเลยอ้างว่านายฮะกิมได้รับมอบอำนาจให้ขายแก่โจทก์ฉะเพาะเงินสดศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ไว้ชัดแจ้งในคำให้การ และไม่ปรากฎว่าโจทก์รู้ความข้อนี้ ฎีกาข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ๒. ข้อที่จำเลยว่าส่งกระดาษให้โจทก์ไม่ได้เพราะเหตุสุดวิสัย ศาลฎีกาฟังว่าแม้กระดาษของจำเลยจะถูกคณะกรรมการควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคสั่งควบคุมและถูกห้ามไม่ให้จำหน่าย จำเลยก็มีช่องขออนุญาตทางการขายให้แก่โจทก์ตามสัญญาได้ ดังเช่นที่ห้างจำเลยขายแก่กรมราชทัณฑ์ แต่จำเลยมิได้ขออนุญาตต่อทางการเลยแสดงว่าไม่ขวนขวายปฏิบัติตามสัญญา จะว่าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยตาม ม.๒๑๙ ไม่ได้ หากเป็นเหตุเท่านี้เป็นเหตุพ้นวิสัย การที่ลูกหนี้ไม่มีเงินชำระมิทำให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการชำระหนี้ไปด้วยหรือ ส่วนการกระทำของตัวแทนของจำเลยทำไม่ถูกหรือกระดาษ อยู่ในองค์การณ์ของรัฐบาล ไม่เป็นข้อแก้ตัว ๓. เมื่อโจทก์มีคำสั่งให้ห้างจำเลยส่งกระดาษภายในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๔๘๕ นายฮะกิมมีหนังสือถึงโจทก์ว่าทางการบังคับซื้อไปหมดขอเลิกสัญญา ผู้แทนโจทก์มีหนังสือตอบว่า ถ้าไม่ส่งภายใน๗วันจะซื้อที่อื่นและห้างจำเลยจะต้องรับผิดในราคาที่แพงไป จำเลยไม่ได้ยอมรับตามหนังสือนั้น แต่ขอให้พิจารณาเลิกสัญญาอีก โจทก์มีหนังสือให้ส่งกระดาษภายใน ๗ วันอีก มิฉะนั้นจะจัดการตามที่เป็นควรต่อมาอัยยการมีหนังสือให้จำเลยส่งกระดาษหรือให้ใช้ค่าเสียหาย ๓๓๓๐๐๐ บาทภายใน ๕ วัน มิฉะนั้นจะจัดการต่อไปตามกฎหมายไม่ปรากฎว่าจำเลยยอมรับตามข้อเสนอนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จำเลยมิได้ตกลงกันใหม่อย่างไร สิทธิและความรับผิดคงเป็นไปตามเดิม และสิทธิของโจทก์ไม่หมดไปตาม ม.๓๘๐ วรรค ๑ แต่กรณีเข้า ม.๓๘๐ วรรค ๒ ตามข้อสัญญามีความว่า ผู้ซื้อมีอำนาจปรับผู้ขายหรือจะซื้อสิ่งของที่อื่นโดยผู้ขายต้องรับผิดในค่าของที่ซื้อตลอดจนพาหนะได้ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นข้อสัญญาเปิดโอกาศให้เลือกเอาทางใดก็ได้ ส่วนข้อที่โจทก์อาจซื้อกระดาษจากโรงงานกระดาษไทยหรือบริษัทไทยนิยมจะเป็นก็แต่เพียงแต่เหตุบรรเทาเบี้ยปรับตาม ม.๓๘๑แต่ตามรูปคดีโดยทั่วไปโดยฉะเพาะอย่างยิ่งจำเลยไม่พยายามปฏิบัติตามสัญญาคือไม่ขออนุญาตทางการขายกระดาษให้โจทก์ และที่ไม่ขอก็เพราะจำเลยเห็นว่า นายฮะกิมตัวแทนทำสัญญาผิดไป ศาลฎีกาจึงเห็นว่าไม่ควรลดเบี้ยปรับ จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2489 กรมสรรพากร โจทก์ นายเอ.เอ.อาร์ ซาเลบาย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นายเอ.เอ.อาร์ ซาเลบาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญเนติศาสตร์ · อิศร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - ม.จ.เพลิงนภดล · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1658/2513ฎีกา 1107/2493ฎีกา 6513/2557ฎีกา 6190/2540ฎีกา 1586/2538ฎีกา 6100/2541ฎีกา 2391/2526ฎีกา 2686/2545ฎีกา 4352/2545ฎีกา 2295/2526ฎีกา 7159/2544ฎีกา 2690/2535ฎีกา 1120/2536ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 62/2524ฎีกา 2087/2538ฎีกา 975/2543ฎีกา 604/2535ฎีกา 4161/2532ฎีกา 693/2487ฎีกา 6339/2538ฎีกา 356/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา