คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2490
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* รัฐบาลไม่ใช่บุคคลตามกฎหมาย จึงไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้
* ค่าขึ้นศาลในการอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งไม่รับฟ้องให้คิดตามอัตราที่กำหนดไว้ ไม่ใช่ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ตั้งมาในคำฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ผู้ที่จะฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในโรงศาลนั้นจะต้องเป็นบุคคลโดยเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลตาม ก.ม.
รัฐบาลไม่เป็นนิติบุคคลตาม ก.ม.จึงเป็นคู่ความไม่ได้
ศาลสั่งในคำฟ้องโจทก์ว่าไม่เป็นฟ้องที่จะรับไว้พิจารณา เมื่อโจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งเช่นนี้เสียค่าขึ้นศาล 20 บาท ตาม 2 ข. แห่งตาราง 1 ต่อท้าย ป.วิ.แพ่ง ไม่ใช่ว่าจะต้องเสียตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ตั้งมาในคำฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้รัฐบาลใช้ค่าเสียหายในการที่ทรัพย์ของโจทก์ถูกระเบิดในระหว่างสงคราม
ศาลแพ่งสั่งในคำฟ้องว่า "ตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๑(๑๑) คู่ความต้องเป็นบุคคลและตาม ป.พ.พ.ม. ๗๓ ทะบวงการเมืองที่เป็นนิติบุคคลนั้นคือกระทรวงและกรมในรัฐบาล ที่โจทก์ขอให้เรียกรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นจำเลยนั้น รัฐบาลหาใช่นิติบุคคลตาม ก.ม.ไม่ ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่จะรับไว้ จึงให้ยกเสียค่าธรรมเนียมให้เป็นพับ เว้นแต่คำบังคับ" ลงนามผู้พิพากษา ๒ นาย
โจทก์อุทธรณ์และเสียค่าขึ้นศาล ๒๐ บาท ศาลแพ่งสั่งให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเต็มตามทุนทรัพย์ โจทก์นำค่าขึ้นศาลมาเสียตามจำนวนทุนทรัพย์แล้วอุทธรณ์ในเรื่องค่าธรรมเนียมนี้ด้วย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ที่จะฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นจำเลยในโรงศาลนั้นจะต้องเป็นบุคคล ซึ่งมีอยู่ ๒ ชะนิดคือบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลแต่ที่จะเป็นนิติบุคคลได้ ก็แต่ด้วยอาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติทั้งหลายของ ก.ม. (ป.พ.พ.ม. ๖๘) ทะบวงการเมืองคือกระทรวงและกรมในรัฐบาล เทศาภิบาลปกครองท้องที่และประชาบาลทั้งหลายเป็นนิติบุคคลจำนวนหนึ่ง (ป.พ.พ.ม. ๗๒ - ๗๓) หน่วยราชการหรือสาธารณะการหรือองค์การอื่นใดจะเป็นนิติบุคคลได้ก็แต่โดยที่ ก.ม.อื่นบัญญัติไว้ ฉะนั้นคำว่ารัฐบาล จึงไม่เป็นนิติบุคคลตาม ป.พ.พ. และตาม ก.ม. อื่นก็ไม่ปรากฎว่าได้มีบทบัญญัติในที่ได้บัญญัติให้รัฐบาลเป็นนิติบุคคล จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ในข้อที่ไม่รับฟ้องโจทก์
ส่วนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกานั้นเห็นว่า ตามคำสั่งของศาลแพ่งแสดงชัดอยู่ว่า ศาลยังไม่ได้สั่งให้รับคำฟ้องโจทก์ ในชั้นตรวจคำฟ้องหรือคำคู่ความนั้น ศาลอาจทำได้ ๓ ประการคือสั่งรับ สั่งไม่รับ และสั่งให้คืน ไปเท่านั้น คำสั่งของศาลแพ่งเป็นคำสั่งให้ยกเสียตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๑๗๒ ซึ่งมีผลเป็นเช่นเดียวกับคำสั่งไม่รับคำคู่ความตาม ม. ๑๘ โจทก์อุทธรณ์ได้โดยเสียค่าขึ้นศาลแต่เพียง ๒๐ บาท ตามอัตราพิเศษใน ๒ ข. แห่ง ตาราง ๑ ต่อท้าย ป.วิแพ่ง จึงพิพากษาแก้โดยให้เรียกค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แต่เพียง ๒๐ บาท และคืนค่าขึ้นศาลที่โจทก์เสียเกินมาในชั้นฎีกานี้ ให้โจทก์ไปด้วย ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นในชั้นนี้ให้เป็นพับไป
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2490
พระยาปรีดานฤเบศร์ โจทก์
รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยอธิบดีกรมอัยยการและพนักงาน
อัยยการประจำกรมอัยยการผู้ดำเนินคดีแทน (พระสารการประสิทธิ) จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พระยาปรีดานฤเบศร์ · โดยอธิบดีกรมอัยยการและพนักงาน - รัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว · จำเลย - อัยยการประจำกรมอัยยการผู้ดำเนินคดีแทน (พระสารการประสิทธิ) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมูล สุวรรณศร · นาถปรีชา · มนูภันย์วิมลสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปริญญา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา