⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 329/2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2491

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สัญญาซื้อขายที่ดินที่ผู้ขายยังไม่ได้กรรมสิทธิ์เด็ดขาด ถือเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย 2. ผู้ขายที่มอบการครอบครองที่ดินให้ผู้ซื้อแล้ว จะฟ้องเรียกคืนที่ดินไม่ได้หากสัญญายังไม่ถูกเลิก

ย่อคำพิพากษา

สัญญาซื้อขายที่ดิน ซึ่งในขณะทำสัญญา ผู้ขายยังไม่ได้สิทธิหรือกรรมสิทธิ์เด็ดขาดในที่ดินที่ขายนั้น จะจัดการโอนโดยมีการจดทะเบียนตามกฏหมายก็ยังไม่ได้นั้น ถือว่าเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขายเท่านั้น ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน และผู้ขายมอบที่ดินให้ผู้ซื้อแล้ว แม้ยังไม่ได้โอนทะเบียน ผู้ขายก็ฟ้องเรียกที่ดินคืนไม่ได้ ในเมื่อยังไม่ได้มีการเลิกสัญญาต่อกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์กับนายฝุงฉอง ตกลงทำสัญญากัน โดยโจทก์ให้เงินนายฝุงฉอง ๔๑๐ บาท นายฝุงฉองมอบที่บ้าน ๑ แปลงพร้อมด้วยเรือนเสาไม้แก่นและยุ้งเข้าร่วมราคา ๒๐๐๐ บาท ให้โจทก์ครอบครองโดยยังมิได้สิทธิเด็ดขาด มีเงื่อนไขสัญญาว่า ถ้านายฝุงฉองมิได้ย้ายที่อยู่เดิม โดยรัฐบาลให้สิทธิพิเศษแก่นายฝุงฉองในการที่จะอยู่ต่อไปแล้ว โจทก์ต้องมอบที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างคืน และนายฝุงฉองต้องคืนเงินให้โจทก์ ในปีเดียวกันนั้นโจทก์ได้ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยเป็นเงิน ๔๓๐ บาท มิได้ทำหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โจทก์จึงถือว่าการซื้อขายเป็นโมฆะ ต่อมานายฝุงฉองฟ้องโจทก์ขอคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ยอมความยอมให้แก่นายฝุงฉอง ๑๐๐๐ บาท นายฝุงฉองยอมยกที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ โจทก์จึงมาฟ้องขอคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากจำเลย อ้างว่าสัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่ดินพิพาทไม่มีหนังสือสำคัญ จำเลยปกครองมาเกิน ๑ ปีแล้ว จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การซื้อขายที่ดินบ้านเรือน และยุ้งข้าวโดยมิได้ทำหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยครอบครองยังไม่ถึง ๙ - ๑๐ ปี ยังไม่ได้กรรมสิทธิ จึงพิพากษากลับให้จำเลยคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าสัญญาที่โจทก์ได้ทำกับนายฝุงฉอง มิใช่สัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาด เพราะนายฝุงฉองยังไม่ให้สิทธิโจทก์ครอบครองเด็ดขาด จึงเป็นเพียงสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น และเมื่อโจทก์ทำสัญญากับจำเลย โจทก์ก็ยังไม่ได้สิทธิ์หรือกรรมสิทธ์เด็ดขาดเช่นเดียวกัน เพราะจะจัดการโอนโดยมีการจดทะเบียนตามกฏหมายก็ยังไม่ได้ สัญญานี้จึงเป็นเพียงสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งทำกันเองก็ใช้ได้ตามมาตรา ๔๕๖ วรรค ๒ เมื่อสัญญาจะซื้อขายนี้ยังคงอยู่มิได้มีการเลิกสัญญา โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิจะเรียกที่ดินคืน จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2491 นายสุดใน เสียงเจริญ โจทก์ นายแดง สุริยะรังสี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุดใน เสียงเจริญ · จำเลย - นายแดง สุริยะรังสี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนูภันย์วิมลสาร · ธรรมบัณฑิต · ประวัติ ปัตตพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - หลวงสุจริตธุระประภาษ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 170/2497ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 464/2497ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2409/2551ฎีกา 4873/2528ฎีกา 8021/2549ฎีกา 615/2531ฎีกา 377/2536ฎีกา 5640/2541ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1657/2503ฎีกา 1611/2497ฎีกา 1008/2510ฎีกา 6663/2538ฎีกา 3827/2542ฎีกา 2487/2535ฎีกา 367/2495ฎีกา 905/2508ฎีกา 4002/2543ฎีกา 609/2544ฎีกา 1157/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา