⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1086/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของเจ้าพนักงานที่บังคับให้ประชาชนมอบทรัพย์สินอันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตนเอง ถือเป็นความผิดฐานรีดเอาทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 หากการกระทำนั้นเข้าลักษณะเป็นความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามบทที่มีอัตราโทษหนักที่สุด.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจที่กำลังรักษาการณ์ในหน้าที่สรวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยได้จับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แล้วจำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่ามันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติตามมาตรา 136 ก.ม.ลักษณะอาญา แต่เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา 136 มีอัตราโทษหนักกว่า จึงให้วางโทษตามมาตรา 136.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.70 กฎหมายลักษณะอาญา ม.136 กฎหมายลักษณะอาญา ม.299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ความว่าจำเลยเป็นตำรวจประจำการอยู่สถานีตำรวจนครบาลกลาง ในวันเกิดเหตุจำเลยมีหน้าที่รักษาการอยู่ที่สพานกษัตริย์ศึก นายฮี้เจ้าทรัพย์ซึ่งไปซื้อเสื้อกางเกง และมุ้งที่ตลาดโบ๊เบ๊ เดินทางมาพบจำเลยซึ่งแต่งเครื่องแบบตำรวจมีปืน จำเลยบอกนายฮี้ว่าต้องไปโรงพัก เพราะซื้อของขะโมยมา จำเลยจึงจับนายฮี้พาเดินไปทางวัดเทพศิรินทร์ พร้อมด้วยพวกของจำเลยอีกคนหนึ่ง ซึ่งแต่งกายเป็นพลเรือน แล้วจำเลยกับพวกก็ได้แย่งถุงผ้าออกดู และถามถึงของที่อยู่ในตัวอีก จำเลยกับพวกจะตีนายฮี้ ๆ วิ่งหนี และไปแจ้งความ โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๖,๒๗๐,๒๙๙,๖๓ จำเลยปฏิเสธข้อหา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีผิดตามมาตรา ๒๗๐,๑๓๖ แต่ให้ลงโทษบทหนัก คือมาตรา ๑๓๖ จำคุก ๕ ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๙๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๙๓ แต่ให้วางโทษตามมาตรา ๒๙๙ และเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗๐ อีกบทหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๙๙ ซึ่งเป็นบทหนัก มีกำหนด ๕ ปี โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๓๖ ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า เวลานั้นจำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่รักษาการณ์ในหน้าที่ สรวมเครื่องแบบและมีอาวุธปืน จำเลยไต่ถามและจับเจ้าทรัพย์ในลักษณะที่เป็นเจ้าพนักงานกระทำการตามหน้าที่ แม้จะมีเจตนาทุจจริตอยู่ภายในก็ตามก็เรียกได้ว่าเป็นการใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ และการที่จำเลยบังคับให้เจ้าทรัพย์ให้ของกลางเหล่านั้นแก่จำเลย ก็เรียกได้ว่า มันบังคับให้เขาให้ทรัพย์อันมิควรจะได้ตามกฎหมายแก่ตัวมัน ต้องด้วยข้อบัญญัติมาตรา ๑๓๖ แต่จำเลยใช้อำนาจขู่เข็ญว่าจะทำร้ายจนต้องด้วยความผิดฐานชิงทรัพย์อีกบทหนึ่ง จึงกลายเป็นความผิดหลายบท แต่ความผิดตามมาตรา ๑๓๖ มีอัตราโทษหนักกว่า พิพากษาแก้ให้วางโทษจำเลยตามมาตรา ๑๓๖ นอกนั้นยืนตาม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2492 อัยยการ กรมอัยยการ โจทก์ พลตำรวจกรุ่น นาคประดิษฐ์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการ กรมอัยยการ · ล. - พลตำรวจกรุ่น นาคประดิษฐ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · มนูภันย์วิมลสาร · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายมนัส วงรัชพาณิช · ศาลอุทธรณ์ - นายกริด สารสาร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 264/2499ฎีกา 995/2499ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 759/2496ฎีกา 301/2490ฎีกา 213/2487ฎีกา 620/2490ฎีกา 1588/2492ฎีกา 51/2502ฎีกา 1618/2499ฎีกา 1106/2499ฎีกา 1256/2500ฎีกา 41/2496ฎีกา 1469/2494ฎีกา 201/2491ฎีกา 986/2485ฎีกา 937/2487ฎีกา 999/2485ฎีกา 152/2488ฎีกา 112/2492ฎีกา 692-693/2502ฎีกา 822/2486ฎีกา 1196/2502ฎีกา 513/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา