คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2486
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* คำพิพากษาของศาลทหารที่วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องต่อศาลทหาร ไม่ถือเป็นคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดที่ฟ้อง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลพลเรือนได้
* ศาลมีอำนาจให้นับโทษจำเลยพร้อมกันไปได้ หากการนับโทษต่อจากคดีอื่นจะทำให้จำเลยได้รับโทษหนักเกินสมควรแก่ความผิด
ย่อคำพิพากษา
โจทฟ้องจำเลยไนความผิดหลาย+ ต่อสาลทหาน สาลทหานพิพากสาลงโทสจำเลยไนความผิด+ แต่ยังมิได้พิพากสาไนความผิดถานอื่นเพียงแต่วินิฉัยว่าโจทไม่มีสิทธิฟ้องต่อสาลนั้นเช่นนี้ไม่ไช่กรนีที่สาลพิพากสาเส็ดเด็ดขาดไนความผิดซึ่งได้ฟ้อง โจทมีสิทธิฟ้องคดีไนความผิดนั้นยังสาลพลเรือนได้
ไนการที่จะไห้นับกำหนดโทสจำเลยนั้น ถ้าสาลเห็นว่าการไห้นับโทสจำเลยต่อจากโทสไนคดีอื่นจะทำไห้จำเลยต้องรับโทสหนักเกินสมควนแก่ความผิดเช่นนี้ สาลมีอำนาดไห้นับโทสจำเลยพร้อมกันไปได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สาลชั้นต้นพิพากสายกฟ้องโจทที่ขอไห้ลงโทสจำเลยถานปลอมหนังสือโดยได้ความตามที่สาลเรียกสำนวนคดีอาญาเลขที่ ๒๕/๒๔๘๖ ของสาลทหานกรุงเทพฯ(สระบุรี) มาประกอบการพิจารนาว่า เรื่องนี้จำเลยถูกฟ้องที่สาลทหานกรุงเทพฯ(สระบุรี) มาครั้งหนึ่งแล้ว สาลทหานได้พิพากสาลงโทสจำเลยถานแจ้งความเท็ด ส่วนความผิดถานปลอมหนังสือนั้นวินิฉัยว่าโจทไม่มีสิทธิฟ้องยังสาลทหาน สาลชั้นต้นจึงเห็นว่าการที่สาลทหานวินิฉัยว่าโจทไม่มีสิทธิฟ้องก็เท่ากับพิพากสายกฟ้องเปนการพิพาทเส็ดเด็ดขาดแล้ว สิทธิต้องคดีของโจทจึงระงับไปตามประมวนวิธีพิจารนาความอาญามาตรา ๓๙(๔) โจทไม่มีสิทธิที่จะยื่นฟ้องไหม่ไนสาลพลเรือนอีก แต่มีความเห็นแย้งของผู้พิพากสานายหนึ่งว่าโจทมีอำนาดฟ้องสาลธัมดาไห้ลงโทสถานปลอมหนังสือได้เพราะความผิดถานแจ้งความเท็ดเท่านั้นสาลได้พิจารนาพิพากสาเส็ดเด็ดขาดตามประมวนวิธีพิจารนาความอาญามาตรา ๓๙(๔)
โจทอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาไห้ลงโทสจำเลยไนความผิดถานปลอมหนังสือโดยเห็นด้วยตามความเห็นแย้ง
จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าที่จำเลยดีกาว่าความผิดของจำเลยถานปลอมหนังสือที่โจทฟ้องไนคดีนี้กับความผิดถานแจ้งความเท็ดที่สาลทหานพิพากสาลงโทสจำเลยไปแล้วเปนกรนีเกิดจากการกะทำอันเดียวกัน อันเปนความผิดกดหมายหลายบท ต้องถือว่า สาลทหานได้พิพากสากรนีเรื่องนี้เส็ดเด็ดขาดแล้ว โจทหมดสิทธิฟ้องคดีนี้นั้น เห็นว่าการกะทำของจำเลยเปนความผิดหลายกะทงไม่ไช่หลายบท ไนกะทงความผิดถานปลอมหนังสือสาลทหานยังมิได้พิพากสาเส็ดเด็ดขาดไนความผิด โจทจึงมีสิทธิฟ้องคดีนี้ได้ดังคำชี้ขาดของสาลอุธรน์ ดีกาข้อว่าควนรวมลงโทสจำเลยนั้น เห็นว่าความผิดของจำเลยไม่ร้ายแรง สาลอุธรน์ไห้ลงโทสไนคดีนี้ต่อจากคดีของสาลทหาน ทำไห้จำเลยต้องรับโทสหนักเกิดสมควนแก่ความผิด อาสัยอำนาดตามกดหมายอาญามาตรา ๓๒ จึงพิพากสาแก้สาลอุธรน์ไห้ตั้งต้นนับ+จำเลยไนคดีนี้ไปพร้อมกับโทสไนคดีแดงที่ +/๒๔๘๖ ของสาลทหาน นอกจากนี้ไห้เปน+ตามคำพิพากสาสาลอุธรน์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2486
อัยการสระบุรี โจทก์
นายผล สิงนิกร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการสระบุรี · จำเลย - นายผล สิงนิกร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชม จามรมาน · ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา