คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำคาดหมายได้ว่าผู้ถูกกระทำจะต้องตายเป็นธรรมดา ถือเป็นเจตนาฆ่า
การป้องกันสิทธิของตนเกินสมควรแก่เหตุ อาจได้รับลดหย่อนโทษตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ตายถูกแทงที่รักแร้ลึกเข้าปอด และที่ลิ้นปี่ลึกเข้าช่องท้องอันตรายแก่กะเพาะอาหารเป็นบาดแผลถูกแทงโดยแรง ผู้แทงย่อมคาดหมายได้ว่าผู้ถูกแทงจะต้องตายเป็นธรรมดา และผู้ตายก็ล้มลงและขาดใจตายหน้าห้องจำเลย ดังนี้ การกระทำของจำเลยแสดงว่าเจตนาฆ่า มีผิดตามมาตรา 249
จำเลยได้แทงผู้ตายในขณะที่เห็นผู้ตายกำลังกอดปล้ำ ทำอนาจารแก่ภริยาตน เรียกว่าเป็นการกระทำการป้องกัน แต่เกินสมควรแก่เหตุ ควรได้ลดหย่อนอาญาลงตามมาตรา 50,53.
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2492)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.50 กฎหมายลักษณะอาญา ม.53 กฎหมายลักษณะอาญา ม.55 กฎหมายลักษณะอาญา ม.59 กฎหมายลักษณะอาญา ม.249
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ฐานสมคบกันแทงนายฮ็อกเจียวถึงแก่ความตายโดยเจตนา จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธจำเลยที่ ๒ ต่อสุ้ว่านายฮ็อกเจียวบุกรุกเข้ามาให้ห้องเรือน และใช้กำลังกอดปล้ำจะทำชำเรา จึงใช้มีดแทงเพื่อป้งอกันตัว ศาลชั้นต้นฟังว่าผู้ตายเข้าไปในบ้านเพื่อทำชู้กับจำเลยที่ ๒ ภรรยาจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ มาพบเข้าจึงทำร้ายผู้ตายเพื่อป้องกัน แต่การกระทำเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยคนละ ๕ปี ตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙, ๕๓.
โจทก์,จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าผู้ตายเข้าไปขืนใจปลุกปล้ำจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทำเพื่อป้องกัน พิพากษาลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๔๙ จำคุกจำเลยที่ ๑ ยี่สิบปี, จำเลยที่ ๒สิบห้าปี
จำเลยทั้งสองฎีกา,
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ผู้ตายเข้าไปกอดปล้ำทำอนาจารแก่จำเลยที่ ๒ และจำเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้แทงผุ้ตาย ส่วนจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ได้ว่าเป็นผู้แทงผู้ตาย
เห็นว่าผู้ตายถูกแทงที่รักแร้ลึกเข้าปอดซ้าย และที่ลิ้นปี่ ลึกเข้าช่องท้อง อันตรายแก่กะเพาะอาหาร พิเคราะห์เป็นบาดแผลที่ถูกแทงโดยแรง ผู้แทงย่อมคาดหมายได้ว่าผู้ถูกแทงจะต้องตายเป็นธรรมดา ผู้ตายล้มลงและขาดใจตายหน้าห้องจำเลยนั่นเอง การกระทำของจำเลยที่ ๑ แสดงว่าเจตนาฆ่า จึงมีผิดฐานฆ่าคนตายโดยสัญเจตนาตามมาตรา ๒๔๙ แต่จำเลยที่ ๑ ไดเ้กระทำความผิดในขณะเห็นผู้ตายกำลังกอดปล้ำทำอนาจารแก่ภริยาตน ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า เป็นการประทำการป้องกันแต่เกินสมควรแก่เหตุ ควรได้ลดหย่อนผ่อนอาญาลงตามมาตรา ๕๐,๕๓ ทั้งได้เข้าลุแก่โทษสารภาพผิดต่อปลัดอำเภอ ควรปราณีตาม มาตรา ๕๙ อีกส่วนหนึ่ง.
พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ประกอบด้วยมาตรา ๕๐, ๕๓ กำหนดโทษ ๖ ปี ลดโทษตามมมาตรา ๕๙ อีก ๑ ใน ๓ คงจำคุก๔ ปี จำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิด ให้ปล่อยตัวไป.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 32/2492
อัยยการจันทบุรี โจทก์
นายเอี๊ยวหรือยิว แซ่ฉิ่งที่1, นางมาลี แซ่ฉิ่งที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจันทบุรี · จำเลย - นายเอี๊ยวหรือยิว แซ่ฉิ่งที่1, นางมาลี แซ่ฉิ่งที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - หลวงสารนาทประจิตต์. · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนับประสาสน์. |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา