⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 998/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998/2492

ย่อคำพิพากษา

คดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง 10 ปี ซึ่งเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว ศาลก็ย่อมพิพากษาได้ โดยมิต้องฟังพะยานโจทก์ต่อไป แต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องลงโทษจำเลยตามคำรับสารภาพเสมอไปในเมื่อปรากฎตามหลักฐานในสำนวนขัดแย้งกับคำรับของจำเลย โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส ตามใบชันสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ปรากฎตามใบชันสูตรบาดแผลว่า รักษาในโรงพยาบาล 8 วันทุเลาอีกประมาณ 14 วันหาย รวมเป็น 22 วัน ข้อว่าไม่สามารถประกอบการหาเลี้ยงชีพได้ตามปรกติเกิน 20 วันนั้นเป็นข้อเท็จจริง ในวันที่จำเลยมาให้การรับสารภาพต่อศาลก็เป็นเวลาถึง 2 เดือนเศษจากวันที่ทำร้ายกัน จำเลยย่อมทราบความข้อนี้ดี โจทก์ไม่จำต้องสืบพะยานอะไรอีก ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องรู้และวินิจฉัยถึงว่าผู้บาดเจ็บมีอาชีพอะไร.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายลักษณะอาญา ม.254 กฎหมายลักษณะอาญา ม.256 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมัครใจวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน โดยจำเลยที่ ๑ ทำร้ายจำเลยที่ ๒ มีบาดเจ็บสาหัส ดังปรากฎตามใบชัณสูตรบาดแผลท้ายฟ้อง จำเลยที่ ๒ ทำร้ายจำเลยที่ ๑ ไม่ถึงบาดเจ็บ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ ๑ มีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๖,๕๙ จำเลยที่ ๒ ผิดตามมาตรา ๓๓๕ (๑๔) ๕๙ จำคุกจำเลยที่ ๑ หนึ่งปี จำเลยที่ ๒ ปรับ ๑๕ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ว่าตามรายงานบาดแผล ๆ ของจำเลยที่ ๒ ไม่สาหัส ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยที่ ๑ ผิดตามมาตรา ๒๕๔ จำคุก ๖ เดือน นอกนั้นยืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง ๑๐ ปี ซึ่งเมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องแล้ว ศาลก็ย่อมพิพากษาได้ โดยมิต้องฟังพะยานโจทก์ต่อไป จริงอยู่ศาลย่อมไม่จำเป็นที่จะต้องลงโทษจำเลยตามคำรับสารภาพเสมอไป ในเมื่อปรากฎตามหลักฐานบาดแผลของจำเลยที่ ๒ ว่ารักษาในโรงพยาบาล ๘ วันทุเลา อีกประมาณ ๑๔ วันหาย ซึ่งรวมกันเป็น ๒๒ วัน ดังนี้หาขัดแย้งต่อคำรับของจำเลยไม่ ข้อที่ว่าไม่สามารถประกอบการหาเลี้ยงชีพได้ตามปกติเกิน ๒๐ วันนั้นเป็นข้อเท็จจริง ในวันที่จำเลยมาให้การรับสารภาพต่อศาลเป็นเวลาถึง ๒ เดือนเศษจากวันที่ทำร้ายกัน จำเลยย่อมทราบความข้อนี้ได้ดี โจทก์ไม่จำต้องนำสืบอะไรอีก ข้อที่ว่าจำเลยที่ ๒ ผู้บาดเจ็บมีอาชีพอะไรไม่ปรากฎนั้น เห็นว่าไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องรู้ และต้องวินิจฉัยอีก เพราะจำเลยที่ ๑ รับรองในข้อเท็จจริงนี้แล้ว พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 998/2492 อัยยการ กรมอัยยการ โจทก์ นายวันดี ดาวเรือง ที่ 1 นายโพล้ง ศรีพา ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยยการ กรมอัยยการ · 1 - นายวันดี ดาวเรือง ที่ · ล. - นายโพล้ง ศรีพา ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาถปรีชา · ธรรมบัณฑิต · นนทปัญญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพินิจ เพ็ชรชาติ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงปริพนธ์พจนพิสุทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 264/2499ฎีกา 1897/2492ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 16889/2555ฎีกา 514/2486ฎีกา 751/2464ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 799/2481ฎีกา 971/2494ฎีกา 4018/2542ฎีกา 153/2485ฎีกา 6079/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา